โชคดีที่มีเพื่อนเป็นหมอ "ป๋าเต็ด" เล่านาทีชีวิต ถูกภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจู่โจมเฉียบพลัน ชีพจรช้าลง มองไม่เห็น!! ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง

Publish 2018-10-15 18:03:29




    กรณี ป๋าเต็ด ยุทธนา บุญอ้อม  ได้โพสต์ผ่านโลกออนไลน์ เมื่อตนเองหัวใจของตนเอง ได้ถูกจู่โจมอย่างเฉียบพลัน เกือบไม่ทัน เกือบไม่รอด  เเละได้เล่าถึงประสบการณ์ชีวิต เฉียดตายจากอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน  กระทั่งต้องเข้ารับการผ่าตัดทำบอลลูน เเละขั้นตอนการฉีดสีเป็นการด่วน

 

 

 




     ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ทางเฟซบุ๊คส่วนตัวของ ป๋าเต๊ด  ..Yuthana Boonorm...!! ได้เผยวินาที ที่ถูกโรคหัวใจจู่โจมอย่างเฉียบพลัน ...

 

 


เขียนไว้ข้างเตียง

Heart Attack เมื่อหัวใจถูกจู่โจมอย่างเฉียบพลัน เกือบไม่ทัน เกือบไม่รอด

เช้าวันนี้ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ลงมาชงกาแฟกินอย่างเคย รู้สึกผิดปกติตั้งแต่เดินมาถึงชั้นล่าง แน่นหน้าอก เหงื่อซึมที่แขน แต่ยังไม่เป็นมาก เดินต่อไปที่ครัวเปิดเครื่องชงกาแฟ เริ่มหน้ามืด บ้านหมุน เจ็บหน้าอกมากขึ้น รีบเดินไปนั่งหน้าบ้านรับอากาศ สูดหายใจลึก แต่ไม่ดีขึ้น เจ็บที่หน้าอกมากกว่าเดิม เหมือนจุก แต่จุกที่หน้าอก คว้าโทรศัพท์โทรหาหมอเอี้ยงเพื่อนสวนกุหลาบ เล่าอาการให้ฟัง เอี้ยงบอกไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด อาจมีอาการหัวใจเต้นไม่ปกติ

วางสาย ตะโกนเรียกภรรยาให้พาไปหาหมอ อาการหนักขึ้น เหงื่อท่วม เดินโซเซขึ้นรถ หน้ามืด มองแทบไม่เห็นทาง ภรรยาออกรถ หยิบยาดมใส่มือ บึ่งไปสมิติเวช เพราะไม่ไกลเกินเอื้อม และมีประวัติที่นั่นแล้ว

ถึงโรงพยาบาล นั่งรถเข็นไปแผนกหัวใจ ขึ้นเตียงวัดคลื่นหัวใจ จากที่พยาบาลนั่งกันชิลๆเพราะเป็นวันหยุดยาว เคสเราทำให้บรรยากาศเปลี่ยน คนเข้ามาเต็มห้อง เครื่องมือเต็มตัว สายไฟโยงยาง ทุกสายตาจ้องจอ เมื่อค่าตัวเลขอะไรสักอย่างชี้ไปในทางเดียวกัน ห้องยิ่งวุ่นวายโหวกเหวก จองห้องผ่าตัด เรียกหมอมาเพิ่ม เอาเอกสารให้ภรรยาและผมเซ็นต์

 

 

เตียงถูกเข็นอย่างกะรถเมล์สาย8 เข้าลิฟต์มาโผล่ห้องผ่าตัด ระหว่างทางได้แต่มองเพดานเคลื่อนผ่านไปแบบงงงง หน้าแปลกๆทะยอยโผล่มาข้างเตียงพร้อมคำถามซ้ำๆ มีโรคประจำตัวอะไร ทานยาอะไร เลือดออกที่ไหน รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในซีรี่ยส์ERน้ำเน่า ที่เคยติดงอมแงม

ถึงห้องผ่าตัด ดูอุปกรณ์ไม่เยอะเหมือนในหนัง ทุกคนวุ่นวาย ถามมากมายกว่าเดิม จนเราต้องถามกลับไปบ้างว่ากำลังจะทำอะไร จับใจความได้ว่า จะเจาะท่อสอดเข้าเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นขาขวา พ่นสี ถ้าเห็นท่าไม่ดีจะบอลลูนเลย พยาบาลขอโกนขนที่ต้นขาขวาและซีกขวาของไอ้นั่น ตอบโอเคไปทั้งที่ยังสงสัยว่าไหนๆจะโกนแล้วไม่โกนทั้งสองซีกไปเลย จะเหลืออีกซีกไว้ให้มันเป็นลูกครึ่งอย่างนั้นอยู่ทำไม วุ่นวาย จอแจ ไม่มีช่องว่างให้ท้วงเรื่องซีกที่เหลืออยู่ ต้องปล่อยเลยตามเลย

หมอหนุ่มจับต้นขา จะฉีดยาชา เจ็บนิดนะ ไม่ทันได้อนุญาตเข็มก็จิ้ม สรุปไม่ได้ใช้ยาสลบ เราจะรับรู้ทุกขั้นตอนของการฉีดสี และทำบอลลูน

 

รู้สึกแน่นที่ต้นขา เหมือนมีตัวอะไรพยายามจะมุดเข้าไปในช่องเล็กเท่ารูเข็ม มองไม่เห็น แต่รู้สึกได้ตลอด อึดอัด เจ็บ แต่ไม่นาน ก็หาย หมอคุยกันวุ่นวาย ศัพท์เทคนิคปลิวว่อน ไม่นานทุกอย่างก็คลี่คลาย เหลือแต่ขดลวดไว้ในหลอดเลือดของหัวใจ

ย้ายมานอน ICU หายเจ็บอก แต่ห้ามงอขาข้างที่โดนเจาะไปอีกแปดชั่วโมง นอนอีกสองสามคืนก็กลับบ้านได้

สรุป ตั้งแต่เริ่มเจ็บอกจนถึงตอนเริ่มผ่าตัด ใช้เวลาแค่ สี่สิบกว่านาที หมอบอกว่าเร็วมาก โชคดีที่มาเร็ว ถ้ามาช้ามีโอกาสไม่รอดสูง ความรู้สึกตอนนี้ไม่เหมือนคนเฉียดความตายเลย รู้สึกเหมือนคนโชคดีมากกว่า และจะโชคดีกว่านี้มาก ถ้าพรุ่งนี้ คุณหมอจะอนุญาตให้ดื่มกาแฟ



ล่าสุดในวันนี้  15 ต.ค 61 นายยุทธนา บุญอ้อม หรือป๋าเต็ด และนพ.ไพฑูรย์ จองวิริยะวงศ์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ ผู้รักษา ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าว เพื่อเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น

 

 


นายยุทธนา บุญอ้อม หรือป๋าเต็ด เริ่มเล่าเหตุการณ์ว่า หลังโทรศัพท์ไปเล่าอาการให้เพื่อนฟัง เพื่อนจึงแนะนำให้ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อตรวจคลื่นหัวใจทันที เนื่องจากเชื่อว่ามีการผิดปกติในเรื่องของหัวใจแน่ๆ จากนั้นจึงให้ภรรยาขับรถไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ขณะขึ้นมาบนรถอาการแย่มาก หน้าซีด ไม่มีแรง เดินแทบไม่ไหว และเวียนหัวตลอดเวลา มองไม่เห็น ภาพมืด ๆ

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล เจ้าหน้าก็รีบเข็นตนมาที่ห้องสวนหัวใจ จากนั้นหมอบอกว่า ต้องเจาะเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นขาเพื่อฉีดสีดูความผิดปกติของหัวใจ หากอาการแย่ก็ต้องบอลลูน หลังเริ่มทำอาการแน่นหน้าอกก็หายทันที ใช้เวลาเพียงแค่ 40 นาที เมื่อเสร็จก็มาพักที่ห้องไอซียู โดยห้ามขยับขาข้างที่มีเครื่องมือเข้าไป 8 ชั่วโมง

 

 

อีกทั้ง ป๋าเต็ด ยังกล่าวว่า จากเหตุการณ์นี้ ตนรู้สึกว่าไม่ได้ผ่านช่วงเวลาเฉียดตายเลย เพราะโชคดีที่มีเพื่อนเป็นหมอ ได้โทรถามเขา ถ้าไม่ถามตนอาจจะนั่งพักเฉย ๆ และโชคดีที่โรงพยาบาลทำได้อย่างรวดเร็วมาก ปกติแล้วตนมีโรคประจำตัวคือ น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเส้นเลือดสูง จริง ๆ เคยรักษา แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่มาหาคุณแพทย์และตรวจสุขภาพ จึงไม่ได้ยาที่ต้องทาน

 

ป๋าเต็ด กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ขณะที่เดินทางไปที่โรงพยาบาล ตนไม่ได้คิดถึงเรื่องเสียชีวิตเลย เชื่อว่าถ้าถึงมือหมอก็คงจะหาย จนกระทั่งรักษาเสร็จแล้ว แล้วได้คุยกับหมอ ถึงได้รู้ว่าอาการนี้มันเกือบตาย ถ้าสมมติว่าตอนเช้าไม่โทรหาเพื่อน แค่นั่งพัก ล้างหน้า ดมยาดม ก็อาจจะเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ที่บ้าน ในช่วง 3 วันที่ผ่านมาที่ได้รักษาตัว รู้สึกเหมือนเรียนเรื่องสุขภาพใหม่หมด โดยเฉพาะเรื่องกิน พวกของหวาน และของมัน ห้ามกิน และเรื่องเลิกบุหรี่

 

 

 

ส่วนเรื่องข้อความที่โพสต์ในเฟซบุ๊ก ตอนนั้นเขียนเพิ่งออกจากห้องผ่าตัดได้ไม่กี่ชั่วโมง ที่โพสต์เพราะไม่อยากให้เพื่อนถามเยอะ ขี้เกียจเล่าหลายรอบ ปรากฎคนแชร์เยอะมาก ก็ขอบคุณที่ทุกคนเป็นห่วง และก็ดีใจที่เป็นประโยชน์ หลังจากนี้จะกลับมาทำงาน ช่วงปลายอาทิตย์ เพราะต้องเริ่มประชุมเรื่องที่ค้างคา ส่วนงานที่ต้องใช้แรงเยอะ เดินเยอะ ก็คงจะต้องพักก่อน

 

ส่วนด้านนพ.ไพฑูรย์ จองวิริยะวงศ์ หนึ่งในทีมแพทย์ที่ทำการรักษาให้กับป๋าเต็ด ยุทธนา กล่าวถึงการรักษาในเคสนี้ว่า ก่อนอื่นต้องแสดงความดีใจที่การรักษาได้ผลดี โดยภาวะที่มาคือ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน รวมถึงมีภาวะช็อกด้วย เพราะความดันน้อยกว่า 90/60 ชีพจรของป๋าเต็ดตอนนั้นเริ่มช้าลงมาก หากผู้ป่วยมาโรงพยาบาลไม่ทันก็มีโอกาสเสียชีวิตถึง 50-60%

 

สำหรับสาเหตุของอาการป๋าเต็ด เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น สูบบุหรี่ กินอาหารที่มีไขมันเยอะ ทานอาหารที่มีน้ำตาลเยอะ ออกกำลังกายน้อย รวมถึงความเครียด ส่วนแนวทางการรักษาหลังจากนี้ ต่อไปก็ต้องทานยาให้สม่ำเสมอ หลังใส่ขดลวดมันก็มีโอกาสเหมือนกันที่ขดลวดจะตันได้ แล้วก็ความดัน ไขมัน ต้องคอยระวังให้อย่าสูง เนื่องจากจะทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้อีก รวมถึงเบาหวาน และบุหรี่

 

นอกจากนี้ นพ.ไพฑูรย์ ยังได้ออกมากล่าวเตือนว่า ตนจึงต้องการจะเตือนว่าในคนไทยว่า หากคิดว่าความดันในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง ไม่ต้องรักษา เพราะอาการดูไม่มีอะไร แต่ว่าโรคเหล่านี้อาจก่อให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือเป็นสมองขาดเลือดเฉียบพลันในอนาคตได้ และควรงดสูบบุหรี่ด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณ

ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

Yuthana Boonorm

 



เรียบเรียงโดย

ดลวรรธน์ โพธิชาธาร