อนาคตมืดมน!! "ผู้ปกครอง"เจรจาได้ข้อยุติ "8 รุ่นพี่" รุมทำร้าย "น้องป.4" ...รู้เท่าไม่ถึงการณ์??!

Publish 2018-10-11 23:53:20



     จากกรณีคลิปหลุด รุ่นพี่ชั้นม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา จำนวน 8 คน ได้พา นักเรียนหญิง เด็กป.4 เข้าไปในห้องเรียนแล้วได้บอกว่าจะ ถักเปียให้ แต่รุ่นพี่ม.2 กลุ่มนั้นได้เข้าไปรุมกระชากผมอย่างรุนแรง จน เด็กป.4 คนดังกล่าวได้ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว จนผู้ปกครองเด็กป.4 ทราบเรื่องพร้อมกับเผยว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด 



ต่อมา ผู้อำนวยการโรงเรียน ชี้แจงว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุเพื่อนของนักเรียนชั้น ป.4 ได้แจ้งครูที่ปรึกษา ก่อนพาไปพบกับครูฝ่ายปกครอง โดยจากการสอบสวนรุ่นพี่ชั้น ม.2 ยอมรับว่า พวกตนกลั่นแกล้งและใช้ความรุนแรงจริง แต่ไม่ได้กักขังหรือมีเจตนาทำร้าย พร้อมทั้งรู้สึกเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งภายหลังโรงเรียนจึงเรียกผู้ปกครองของเด็กทั้ง 2 ฝ่ายเข้าเจราจา โดยผู้ปกครองฝ่ายรุ่นพี่ชั้น ม.2 ยินยอมจ่ายค่าทำขวัญให้กับผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.4 เป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท โดยไม่ติดใจเอาความต่อกัน

 

ขณะที่โรงเรียนได้ว่ากล่าวตักเตือน และทำทัณฑ์บน กลุ่มรุ่นพี่ดังกล่าวแล้ว ซึ่งหากนักเรียนกลุ่มนี้กระทำผิดอีกครั้ง โรงเรียนจะตัดคะแนนความประพฤติ และให้พักการเรียน นอกจากนี้ ขอไม่ให้มีการแชร์คลิปดังกล่าวต่อไปบนโลกออนไลน์ด้วย



โดยล่าสุดนั้น ทางนายวิษณุ และ นางธิวา  พ่อแม่ของน้องป.4 ที่ถูกรุ่นพี่ม.2 รุมทำร้ายร่างกายที่โรงเรียน เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา อาการของลูกสาวตอนนี้ พบว่ามีอาการเซื่องซึม ใบหน้าอิดโรย และมีอาการหวาดผวาเป็นบางครั้ง รวมถึงมีอาการเจ็บปวดที่หน้าอกและที่ศรีษะ

ด้าน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าวเอาไว้ว่า กรณีเด็ก ม.2 ทำร้ายเด็ก ป4. ไม่ควรนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะเป็นการขัดขวางพัฒนาการตามวัยของเด็ก แต่ควรใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือกเพื่อปรับพฤติกรรมที่เหมาะสม

การที่เด็กมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง นั้นเป็นพฤติกรรมเกเร (Conduct Behavior) ซึ่งหากพิจารณาตามจิตวิทยาพัฒนาการเด็ก เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย และฮอร์โมน ส่งผลให้วัยรุ่นมีอารมณ์แปรปรวนง่าย ไม่คงที่ ฉุนเฉียว โกรธง่าย และมักแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง จึงทำให้เด็ก/เยาวชนที่กระทำผิดส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยรุ่นมีพฤติกรรมการล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่นหรือการละเมิดกฎเกณฑ์ของสังคม เช่น พฤติกรรมขโมย พูดปด หลอกลวง หนีเรียน หนีออกจากบ้าน ชกต่อย รังแกคนอื่น รังแกสัตว์ และทำลายของสาธารณะ เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้มีความเกี่ยวพันกับระดับของปัญหาและความเสี่ยงต่อการทำผิดในอนาคต และกระทำผิดซ้ำได้

ดังนั้น การที่เด็กหรือเยาวชนมีพฤติกรรมที่ใช้ความรุนแรง จึงถือว่าเป็นเด็กเสี่ยงต่อการกระทำผิดได้ และในการพัฒนาเครื่องมือจำแนกเด็กหรือเยาวชนในการในแบบประเมินความเสี่ยงและความจำเป็นจึงถือว่าเป็นพฤติกรรมเกเร (Conduct Behavior) นั้นต้องได้รับการบำบัดแก้ไขฟื้นฟู

 

ปัญหาดังกล่าวจึงไม่ควรปล่อยผ่านด้วยกระบวนการปกติ จากประสบการณ์ที่เคยเป็นทีมพัฒนาเครื่องมือจำแนกเพื่อค้นหาสาเหตุปัจจัยเสี่ยง และปัจจัยจำเป็น ในการกระทำความผิดของเด็กหรือเยาวชน การใช้ความรุนแรง จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องมีการสอบถามในเครื่องมือดังกล่าว เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการแก้ไขบำบัดเด็ก/เยาวชน ได้ตรงกับสภาพปัญหามากยิ่งขึ้น

และยังได้กล่าวต่ออีกว่า การทำทัณฑ์บน หรือกล่าวคำขอโทษจึงไม่เป็นการเพียงพอ จำเป็นต้องใช้กระบวนการปรับพฤติกรรมที่เหมาะสมประกอบด้วย เช่น การใช้กระบวนการประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชน ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งสามารถประสานงานได้ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้ทั่วประเทศให้เข้าไปช่วยดำเนินการครับ

 

ล่าสุดในวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องทั้งครู เจ้าหน้าที่คุ้มครองสิทธิเด็ก ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ปกครองทั้งสองฝ่าย ได้นำเด็กทั้ง 8 คน ได้ร่วมกันเจรจา หาข้อยุติ กรณีรุ่นพี่ทำร้ายรุ่นน้องที่บ้านผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ตำบลดงสุวรรณ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา โดยใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง เพื่อหาข้อยุติ เบื้องต้นฝ่ายผู้ปกครองของเด็กที่ถูกกระทำ ยืนยันว่า จะดำเนินการลงบันทึกประจำวันกับทางสถานีตำรวจภูธรดอกคำใต้ เพื่อรอดูพฤติกรรมของเด็ก ทั้ง 8 คนนอกจากนั้น จะดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับเด็ก 4 คน ที่ปรากฏในคลิป ที่เข้าทำร้ายร่างกายเด็กรุ่นน้องอย่างรุนแรง ขณะที่ในส่วนของการเยียวยา ค่าทำขวัญ ยังไม่สามารถได้ข้อสรุปที่ชัดเจนได้ ซึ่งขณะนี้ได้เพียงข้อสรุปเป็นบางส่วน แต่จะทำการเจรจากันอีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

 

 

ขอบคุณภาพจาก เตชะ ทับทอง



เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี