ไม่รอด! ศาลสั่งจำคุกสับ วาปีพร้อมเมีย รับจ้างเป็นพยานเท็จช่วยครูจอมทรัพย์

ไม่รอด! ศาลสั่งจำคุก"สับ วาปี"พร้อมเมีย รับจ้างเป็นพยานเท็จช่วย"ครูจอมทรัพย์"

Publish 2018-10-09 17:07:06


สืบเนื่องจากกรณีที่ศาลจังหวัดนครพนม ได้มีคำพิพากษาคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือ"ครูจอมทรัพย์" อดีตครูวิชาชีพในจังหวัดสกลนคร ฐานขับรถชนคนตาย ในพื้นที่สภ.นาโดน อ.เรณูนคร โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเหตุขึ้นเมื่อวันที่ 11 มี.ค.48 ซึ่งครูจอมทรัพย์ถูกตัดสินจำคุก 3 ปี 2 เดือน ก่อนได้รับการอภัยโทษ จึงเหลือติดคุกเพียง 1 ปี 6 เดือน 

 



ต่อมาจึงได้เข้าร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอรื้อฟื้นคดีใหม่ นำไปสู่การสืบพยานหลักฐานใหม่ เมื่อวันที่ 8-10 ก.พ. 2560 กระทั่งวันที่ 17 พ.ย.2560 ศาลจังหวัดนครพนม ได้ยกคำร้องนางจอมทรัพย์ หลังพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพยานหลักฐานของครูจอมทรัพย์ที่นำสืบในห้วงดังกล่าว ไม่มีความน่าเชื่อถือและมีพิรุธ ศาลจึงมีความเห็นให้ยกคำร้อง และมีการเตรียมดำเนินคดีกับพยานเท็จของนางจอมทรัพย์
 

 

โดยครั้งนั้นทางด้านพล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้คณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการคลี่คลายคดีครูจอมทรัพย์ หลังศาลมีคำพิพากษา เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการที่มีหลักฐานว่า เป็นการสร้างพยานเท็จหรือมีขบวนการรับจ้างทำผิดแทน เบื้องต้นมอบหมายให้ พ.ต.ท.อดิศักดิ์ ชมศรีหาราช พนักงานสอบสวน สภ.นาโดน ในช่วงขณะเกิดเหตุ พร้อมด้วยพ.ต.ท.กิตติศักดิ์ สัมฤทธิ์สกุลชัย เข้าแจ้งความเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในพื้นที่ สภ.นาโดน สภ.เรณูนคร อ.เรณูนคร และสภ.เมืองนครพนม

 

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งความกล่าวหาดำเนินคดีกับนายสุริยา นวลเจริญ หรือ "ครูอ๋อง" เพื่อนสนิทของนางจอมทรัพย์ ที่เคยนำพยานหลักฐานสำคัญมายืนยันต่อพนักงานสอบสวนว่านางจอมทรัพย์ไม่ได้กระทำผิด หลังนางจอมทรัพย์พ้นโทษออกมาเมื่อปี 2558 ก่อนจะร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอรื้อฟื้นคดี และยังแจ้งความกล่าวหานายสับ ว่าปี ที่อ้างว่าเป็นคนขับรถตัวจริง ตามความเอาผิดประมวลกฎหมายอาญา ฐานความผิดแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน รวม 3 มาตราคือ 137, 172, และ173 ส่วนคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างรอการสอบสวนขยายผล หากมีส่วนเกี่ยวข้อง จะถูกดำเนินคดีทั้งหมดนั้น 

 

ล่าสุดมีรายงานว่าศาลจังหวัดนครพนม พิพากษาให้จำคุกนายสับ วาปี จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 4 ปี 6 เดือน และจำคุกนางจันทร์ วาปี จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน ในความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร และซ่องโจร กรณีที่นายสับ วาปี ตกเป็นผู้ต้องหาคดีให้การเท็จ ในการรื้อคดีของ ครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโครต ที่ถูกศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุด ในคดีขับรถชนคนตาย และถูกจำคุก ก่อนจะออกมาร้องขอความเป็นธรรมให้รื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ โดยมีนายสับ วาปี ออกมาสมอ้างรับผิดเพื่อรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่ 

 

(นายสับ วาปี) 

 



ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลย ทั้ง 2 มีการกระทำผิดจริง พิพากษาลงโทษจำคุก นายสับ  จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จำคุก 2 เดือน ฐานร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จ ลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน จำคุก 5 เดือน  ฐานเบิกความเป็นอันเท็จ ในการพิจารณาคดีต่อศาล จำคุก 3 ปี ฐานซ่องโจร โทษจำคุก 1 ปี  รวมเป็น 4 ปี 6 เดือน แต่นายสับ วาปี จำเลยที่ 1 ให้การสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ รวมเหลือโทษจำคุก 2 ปี 10 เดือน 


ส่วนนางจันทร์ วาปี จำเลยที่ 2 ภรรยาของนายสับ ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี 6 เดือน แต่ให้การสารภาพลดโทษเหลือจำคุก 1 ปี 9 เดือน  โดยศาลยังพิเคราะห์ว่าพฤติการณ์ของนางจันทร์ แม้จะมีอายุมาก อีกทั้งมีปัญหาสุขภาพร่างกาย และไม่มีประวัติกระทำผิดมาก่อน แต่การกระทำผิดครั้งนี้เป็นการกระทำเนื่องจากเห็นแก่อามิสสินจ้า งเพื่อประโยชน์ของตัวเองฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ นับเป็นพฤติการณ์ร้ายแรง ไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ

 

(นายสุริยา นวลเจริญ หรือ "ครูอ๋อง"  ) ขอบคุณภาพ : รายการทุบโต๊ะข่าวช่องอัมรินทร์ทีวี 

 

 

 

สำหรับคดีในส่วนของครูจอมทรัพย์กับพวกนั้น  ศาลจังหวัดนครพนม นัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 6 มี.ค.2562

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล