"ภูเก็ต" ในวันที่ไร้คนจีน นักท่องเที่ยวหนีไทย ไปพม่า-เวียดนาม

Publish 2018-10-07 17:23:53



เรืออากาศตรีธานี ช่วงชู ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า ที่ผ่านมา เมื่อเกิดเรือล่ม มีผล กระทบ มีการยกเลิกทำการบินในจำนวนไม่มากแต่ ตอนนี้ จีนเริ่มกลับมา เป็นชาเตอร์ไฟลท์  ส่วน 9ต.ค.ที่จะเข้ามาอีกเป็นชาเตอร์ไฟลท์ ส่วน 9ต.ค.ที่จะเข้ามาอีกเป็นชาเตอร์ไฟลท์ และวันที่11ต.ค.มาจากนิวเดลีเป็นไฟลท์ปฐมฤกษ์ของอินเดีย ปัจจุบันมีผู้โดยสาร จำนวน 18.2ล้านคนต่อปี เกินความสามารถของการรองรับซึ่งได้ตั้งเป้า 12.5 ล้านคนเท่านั้น จึงต้องมีการพัฒนาปรับปรุงท่าอากาศยานภูเก็ตในเฟสต่อไป ทภก.จะมีแผนพัฒนาการให้บริการผู้โดยสารเริ่มในปี63 ในเฟส2ขยายหลุมจอด ขนาดใหญ่ 3 หลุม และ การขยายตัวอาคารออกไปอีก ซึ่ง ปี 62 ทำห้องโถงเช็คอินกรุ๊ปทัวร์ เพื่ออำนวยความสะดวกในเคาน์เตอร์เช็คอินไม่ต้องแออัด

ส่วนสนามบินภูเก็ตแห่งทึ่ 2 รอมติครม.อนุมัติ มีพื้นที่ชัดเจนแล้วที่จ.พังงา

 



ด้านคาร์โก้ของทภก.มีปริมาณโตกว่า 3 เท่าตัว สินค้าส่วนใหญ่เป็นอีคอมเมิร์ซ เป็นสินค้าที่สั่งทางออนไลน์ส่งมาทางเครื่องบิน ส่งจากจีนมาภูเก็ต ส่วนจากภูเก็ตไปจีนไม่ค่อยมีส่งไป

บรรยากาศอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทภก.มีผู้โดยสารน้อยมากช่องตรวจคนเข้าเมืองไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการ เหตุจากนักท่องเที่ยวจีนหายไปจำนวนมาก

วงการท่องเที่ยวชี้ว่า จีน ไม่มาภูเก็ตยังกังวลความปลอดภัย และคดีเรือล่มยังไม่สิ้นสุด เรือยังกู้ไม่ได้  จึงตัดสินใจเปลี่ยนจุดหมายปลายทางจากภูเก็ตไปทึ่เวียดนาม มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามเช่นกันกับภูเก็ต มีความปลอดภัยมากกว่า

 



นายภูริต มาศวงษา ที่ปรึกษาประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต อยู่ในช่วงค่อนข้างน่ากังวล โดยมีอัตราเข้าพักเพียง 50% หลังจากที่มี ปัญหาเกี่ยวกับความเชื่อมั่นด้านมาตรการความปลอดภัยมาก่อนหน้า และปัญหา อื่นๆ เช่น กรณีที่มีเจ้าหน้าที่ใช้กำลัง กับนักท่องเที่ยวชาวจีนภายในสนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนยกเลิกการเดินทางมาประเทศไทยและ จ.ภูเก็ต จากเดิมที่ลดลงหลัง เหตุการณ์เรือล่มอยู่แล้ว และจากที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มขึ้นใน ช่วงวันหยุดยาววันชาติจีนกลับไม่เป็นอย่างที่คิด

 

 



เรียบเรียงโดย

บุญชัย ธนะไพรินทร์