โป้งเดียวชัด!"รองอธิบดีอัยการ"เฉ่งสนง.เขตห้ามวัดหยุดตีระฆังไม่ได้ เทียบสุวรรณภูมิเคยโดนชาวบ้านร้อง

Publish 2018-10-04 14:28:41


เรียกได้ว่าเป็นกระแสร้อนแรงที่กำลังได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายจากคนในสังคม เมื่อเฟซบุ๊กชื่อว่า Last Stand ได้โพสต์ภาพและข้อความ ระบุว่า เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ได้ส่งหนังสือถึง เจ้าอาวาสวัดไทร ย่านพระราม 3 อ้างว่า ประชาชนแจ้งเรื่องร้องทุกข์ได้รับความเดือดร้อน กรณีวัดไทรตีระฆัง ส่งเสียงดังรบกวน ตั้งแต่เวลา 03.30 น. - 04.00 น. เป็นประจำทุกวัน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้พักอาศัยบริเวณดังกล่าว สำนักงานเขตบางคอแหลม จึงขอความร่วมมือวัดไทร ลดเสียงให้เหมาะสม ป้องกันการสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้พักอาศัย ซึ่งผู้ที่ร้องเรียนวัดตีระฆังรบกวน คือผู้อยู่อาศัยอยู่ที่คอนโดที่อยู่ติดกับวัด


 



ต่อมาพระวันศุกร์(หลวงพี่เล้ง) พระลูกวัดของวัดไทร ได้ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่ามีจดหมายจากทางเขตส่งมาที่วัด ท่านเจ้าอาวาส พระอธิการ ปรีชา ปุณฺณสีโล ก็เครียดมาก ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาใหญ่โต เพราะทางวัดตีระฆังเพียง 2 เวลาเท่านั้น ในช่วงที่มีการทำวัตรเช้าและเย็น เวลาแรกคือช่วง 04.00-04.30 น. และเวลา 18.00-18.30 น. หลังมีข่าวออกไปในโลกโซเชียล ชาวบ้านก็ไม่พอใจหากทางวัดจะหยุดตีระฆัง เพราะทราบดีว่าปฏิบัติแบบนี้มาอย่างยาวนาน ก่อนจะมีคอนโดมาสร้าง จากนี้คงจะตีระฆังให้เสียงเบา เพราะหยุดตี ชาวบ้านก็ไม่พอใจเช่นกัน

 

 

 

 

 



เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า สำหรับในเเง่กฎหมายไม่มีกฎหมายใด สั่งให้พระหยุดตีระฆังทำกิจของสงฆ์ในวัดหรือในชุมชนได้ และกรณีนี้ทราบว่าวัดไทรก่อตั้งมากว่า 300 ปี ซึ่งสร้างมาก่อนคอนโดดังกล่าว ดังนั้น ผู้ที่ซื้อคอนโดย่อมเข้าใจสภาพเเวดล้อมดี

 

 

 

 

ทั้งนี้ ขอยกตัวอย่าง กรณีสนามบินสุวรรณภูมิมีการเวนคืนที่ดิน สมัยก่อน เพื่อที่จะสร้างสนามบิน แล้วมีคนมาซื้อบ้านจัดสรรเพื่ออยู่อาศัย ต่อมาเมื่อสร้างสนามบินเสร็จ ผู้อยู่อาศัยบริเวณดังกล่าวบอกมีเสียงดัง มีฝุ่นละออง จึงไปร้องศาลปกครอง ขอให้ศาลคุ้มครองมีคำสั่งห้าม ปรากฏว่าศาลปกครองวินิจฉัยว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินจะสร้างสนามบิน คนที่มาอยู่อาศัยต้องรู้อยู่แล้วว่าต้องเสียงดัง ฉะนั้นคนที่มาอยู่อาศัยจะสั่งห้ามใช้สนามบิน หรือห้ามส่งเสียงไม่ได้ กรณีจึงเป็นเช่นเดียวกับวัดไทรมีมาก่อนคอนโด คนที่มาซื้อต้องรู้ว่าตรงนี้ต้องมีเสียงดังคุณไม่มีสิทธิ์ไปรบกวนวัด กฎหมายมันเขียนไว้อยู่แล้วสิทธิ์วัดอยู่มาก่อนไปรบกวนสิทธิ์ของวัดทำไม่ได้

 

เเต่ถ้าหากวัดมาสร้างทีหลังคอนโดจะไม่สามารถตีระฆังรบกวนชาวบ้านที่อยู่มาก่อนได้ และผู้อำนวยการเขตบางคอแหลมไม่มีอำนาจ และไม่มีสิทธิ์ไปออกหนังสือห้ามให้วัดหยุดตีระฆัง หรือสั่งให้ตีเสียงเบาลง ซึ่งอยากให้สำนักงานเขตนึกถึงวัฒนธรรมไทยที่เคยถือปฏิบัติมาด้วย

 


ก่อนหน้านั้น ผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม นายอนันต์ กายพรรณ ที่เพิ่งมารับตำแหน่งเป็นวันแรก ได้รีบเดินทางมาที่วัดเพื่อพบเจ้าอาวาสวัด โดยบอกว่า พอทราบเรื่องก็รีบเดินทางมาที่วัดเพื่อไกล่เกลี่ย เพื่อที่จะหาแนวทางออกในเรื่องดังกล่าว โดย นายอนันต์ ที่เพิ่งมารับตำแหน่งวันนี้เป็นวันแรก และยังไม่ได้นั่งเก้าอี้ตำแหน่งใหม่ด้วยซ้ำ ได้รีบเดินทางมาที่วัดเพื่อพบเจ้าอาวาสวัด พร้อมกล่าวว่า ปกติแล้วหากเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนที่เข้ามาบ่อยหรือเป็นปัญหาที่กระทบต่อชุมชน เจ้าหน้าที่ก็จะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบให้แน่ชัด

 

 

 

ด้าน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ได้ออกมาระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ขัดต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนคนไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากการตีระฆัง หรือตีกลองเพล กลองย่ำค่ำ เป็นกิจของสงฆ์ที่ทุกวัดยึดถือปฏิบัติกันมานับพันปีแล้ว ซึ่งปุถุชนชาวพุทธทั่วไปย่อมรู้และเคารพในจริยวัฒน์ที่พึงกระทำของวัดอันเป็นอัตลักษณ์ในทางพุทธศาสนา ซึ่งวัดไทรดังกล่าวก็มีอายุมากกว่า 300 ปีและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาโดยชอบด้วยกฎหมายมานานแล้ว

 

 

 

ย่อมมีอำนาจในการประกอบสังฆกรรมได้ทุกประเภท แต่การที่มีผู้อยู่อาศัยในคอนโดฯซึ่งเป็นชุมชนแปลกปลอมยุคใหม่ในสังคมเมืองรับสภาพปัญหาดังกล่าวไม่ได้ ถึงขนาดต้องไปร้องเรียนวัดและกดดันสำนักงานเขตจนต้องดราม่ามีการออกหนังสือเตือนนั้น อาจเข้าข่ายการ “เหยียดหยามศาสนา” ตามป.อาญา มาตรา 206 ที่บัญญัติว่า "ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ แก่วัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน