ด่วนๆ ศาลสั่งจำคุก15ปี"ลุงวิศวะ"ยิงโจ๋เสียชีวิต แต่ลดโทษชี้ไม่มีจิตใจโหดเหี้ยม

Publish 2018-09-27 12:55:26

จากเหตุการณ์ยิงกันบริเวณตลาดอ่างศิลา ถนนสายอ่างศิลา-สุขุมวิท ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เนื่องจากขุ่นเคืองจอดรถขวางกัน โดยกลุ่มวัยรุ่นนั่งในรถตู้ได้กรูไปที่รถยนต์มาสด้า สีบรอนซ์ ทะเบียน ฌต 5079 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายสุเทพ  อายุ 50 ปี อาชีพวิศวกร นั่งอยู่ในรถกับครอบครัว หลังจากนั้นได้มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด พบว่ากระสุนได้ถูกหนุ่มคนหนึ่ง อายุ 17 ปี ในกลุ่มวัยรุ่น เสียชีวิต เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา
 



และเมื่อวันที่ 13 พ.ย.60 นายสุเทพ อายุ 50 ปี  ที่ตกเป็นผู้ต้องหาเจตนาฆ่า ได้เดินทางมาศาลพร้อมกับภรรยา ที่ยังอยู่ในอาการเครียด พร้อมเผยว่า มาตามศาลจังหวัดชลบุรีนัด ที่มาเพื่อตรวจสอบพยานทั้งโจทก์และจำเลย ที่ไม่ได้หนักใจอะไร ปล่อยให้เป็นขั้นตอนของศาลและให้เป็นหน้าที่ของทนาย และยังไม่ขอพูดอะไรมาก โดยศาลได้อ่านคำฟ้องสรุปว่าเมื่อวันที่ 4 ก.พ. นายสุเทพ ใช้อาวุธปืนขนาด .380 ยิงนายนวพล ผึ่งผาย (ปอนด์) เข้าที่ราวนมซ้าย 1 นัด กระสุนฝังใน เสียชีวิตในขณะนำส่งโรงพยาบาลชลบุรี ซึ่งนายสุเทพให้การปฏิเสธข้อหาฆ่า ผู้อื่นโดยเจตนา รับสารภาพข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยศาลนัดคุ้มครองสิทธิ์เพื่อให้นายสุเทพไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีในวันที่ 17 ต.ค. 2560 ที่ผ่านมา

 


จากนั้นศาลอ่านคำฟ้องคดีหมายดำเลขที่ 2933/2560 อัยการจังหวัดชลบุรีเป็นโจทก์ ฟ้องนายณัฐวุฒิ โสมทัศน์ นายอดิศร แสนศักดิ์ และนายกมล แจ่มวัย ในข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงาน และร่วมกันทำร้ายผู้อื่น ส่วนนายนิพนธ์ ทองสี คนขับรถตู้ถูกฟ้องในข้อหาจอดรถลักษณะกีดขวางการจราจร


โดยคำฟ้องระบุว่าในวันเวลาที่เกิดเหตุเดียวกัน นายณัฐวุฒิกับพวกได้รุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่มาระงับเหตุทะเลาะวิวาท และรุมทำร้ายนายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งนายณัฐวุฒิกับพวกรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา  ต่อมานายสุเทพ ใช้กรมธรรม์ประกันภัยวงเงิน 500,000 บาท เป็นหลักทรัพย์ ยื่นประกันตัว ขณะที่ฝ่ายวัยรุ่นคู่กรณี ทั้ง 4 คน ยื่นประกันตัว ด้วยเงินสด คนละ 80,000 บาท ศาลอนุญาตให้ประกัน
 

 


ขณะที่นายสุเทพเปิดเผยว่า รู้สึกเครียด แต่ก็ต้องหาหนทางต่อสู้คดีต่อไป และจะต้องอยู่ให้ได้เพื่อปกป้องครอบครัว อยากถามว่าตนปกป้องครอบครัวจากกลุ่มคนที่จะเข้ามาทำร้าย แต่โดนข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา แต่อีกฝ่ายเป็นกลุ่มมาเหมือน จะเข้ามาฆ่าตนแต่กลับโดนข้อหาทำร้ายร่างกาย ต้องรอให้กลุ่มวัยรุ่นเข้ามาทำร้ายครอบครัวตนให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตก่อนใช่ไหม

 

 

 

ด้านนายสหภาพ อายุ 45 ปี พ่อของนายปอนด์ อายุ 17 ปี ที่ได้เดินทางมาร่วมฟังสอบพยาน เผยว่า มาถึงตอนนี้เริ่มจะดีขึ้น ไม่คิดอะไรมาก หลังจากเวลาผ่านไปหลายเดือน โดยเบื้องยังไม่มีการพูดคุยกับทางคู่กรณีในเรื่องของการเยียวยา ทั้งหมดปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมาย


ในส่วนของนายวันชัย แสงสุวรรณ ทนายความของฝ่ายน้องปอนด์ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นการนัดตรวจสอบพยานเพื่อหาหลักฐาน และจากนี้ไปฝ่ายจำเลย คือนายนายสุเทพ ต้องมาเองทุกครั้ง เพราะศาลประทับฟ้องแล้ว และคาดว่าใกล้สิ้นสุดของคดีนี้แล้ว ที่จะรู้ผลว่าจะออกมาอย่างไรในต้นปี 2561 ส่วนคดีจะพลิกหรือไม่ขึ้นอยู่กับพยานของทั้งสองฝ่าย ตามที่ได้มีการนำเสนอไปแล้วนั้น 

 

 


ล่าสุดทางศาลจังหวัดชลบุรีพิพากษาให้จำคุกนายสุเทพ  โภชนสมบรูณ์ จำเลยในความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 15 ปี  หลังจากยิงนายนวพล ผึ่งผาย (ปอนด์) 1 นัด จนเสียชีวิต แม้จำเลยจะอ้างว่ายิงเพื่อป้องกันตัวก็ตาม และที่ผ่านมาจำเลยให้ความร่วมมือกับศาลเป็นอย่างดี มิได้หลบหนี พร้อมรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีที่ลงมือยิง จึงเห็นสมควรลดโทษให้ 5 ปี คงเหลือจำคุก 10 ปี 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


โดยศาลจังหวัดชลบุรี ได้อ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ฟ้อง นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อาชีพวิศวกร เป็น จำเลยในความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จากกรณี ที่จำเลยก่อเหตุยิงนายนวพล ผึ่งผายนักเรียนชั้น ม.4 บริเวณแยกครกใหญ่ อำเมืองชลบุรี จนถึงแก่ความตาย เหตุเกิด เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 โดยคดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานพกพาอาวุธปืน ส่วนความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา จำเลยต่อสู้อ้างว่าป้องกันตัว

 

 

 

 

 

ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้พวกของผู้ตายซึ่งเป็นคนขับรถตู้ ได้จอดรถที่หน้าร้านขายของฝากกีดขวางทางออกรถของจำเลย จนเป็นเหตุให้มีปากเสียทะเลาะวิทวาทกัน กระทั่งพวกของผู้ตายขับรถออกไป โดยไม่ได้มีการท้าทาย แต่จำเลยกลับขับรถตาม รถคู่กรณีทั้ง 2 คัน บีบแตรใส่ และปาดหน้าเสมือนเป็นการท้าทาย จนคู่กรณีเกิดบันดาลโทสะ และเข้ามาวิวาทกับจำเลย จากนั้นจำเลยได้ใช้อาวุธปืนซึ่งบรรจุกระสุนไว้ลงไปโต้ตอบกับคู่กรณี แต่เมื่อเห็นทีท่าไม่ดี ประกอบกับถูกผู้ตาย และพวกลงมือทำร้ายร่างกาย จนรู้สึกกลัวพร้อมกับใช้ปืนยิงเข้าใส่

 


และศาลเห็นว่า เหตุดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเชื่อมโยงกันไม่ขาดตอนในระยะเวลาเพียง 5 นาทีเศษ จากพฤติการณ์เป็นกรณีที่ต่างฝ่ายสมัครใจวิวาทกัน จำเลยจะอ้างว่าเป็นการยิงเพื่อป้องกันตัวเองไม่ได้ รวมทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ตายกับพวกทำร้ายร่างกาย มารดา ภรรยา และหลาน ที่มากับจำเลย ดังนั้นจะอ้างว่ายิงเพื่อป้องกันผู้อื่นไม่ได้ จึงพิพากษา ว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง

 

แต่เนื่องจากไม่ได้มีจิตใจเหี้ยมโหดเยี่ยงโจรผู้ร้าย เพียงแต่ขาดสติยับยั้งชั่งใจในการควบคุมตัวเอง และมิได้หลบหนี พร้อมยอมรับกับตำรวจในทันที่ว่าลงมือยิงผู้ตาย นอกจากนี้ ผู้ตายยังมีส่วนร่วมในการกระทำผิด จึงเห็นสมควรลงโทษสถานเบา รวมโทษจำคุก 10 ปี ปรับ 2,000 บาท และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 340,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5 ต่อปี

 

 

นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ และภรรยา 


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน