โผล่แล้ว "เก๋งสีบรอนซ์" ลากมอไซค์เฉี่ยวชนคว่ำไกลเป็นกิโล คำอ้างสารพัดทำ "ทนายเดชา" ซัดแรงไร้สาระ

Publish 2018-08-31 11:57:46


 

 

จากกรณีเฟซบุ๊กผู้ใช้ชื่อว่า โอเล่ สมภพ อบเชย ได้โพสต์คลิปพี่ชายประสบอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถเก๋งสีดำ ก่อนจะมีคนขับรถเก๋งสีบรอนซ์ขับมาด้วยความเร็วทับเข้าที่ร่างของพี่ชาย ก่อนลากไปเกือบกิโลฯ แล้วขับหนีไป ท่ามกลางความตกใจของผู้เห็นเหตุการณ์ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ล่าสุดขั้ว แชร์สนั่น"เก๋งสีบรอนซ์"เฉี่ยวชนมอไซค์ล้มกลางถนน ลากติดรถไกลเป็นกิโล) โดยระบุว่า... "ผมจะตามหาคุณให้เจอ ไม่ว่าคุณจะอยู่ไหน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ดูสภาพพี่ชายผมตอนนี้ ผมอยากรู้คุณชนคนไม่คิดจะจอดดูเลยไง ชนแล้วลากพี่ผมไปเป็นกิโล ไม่ยอมจอด ขับหนีไปเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น ทำได้ไง เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันครับ(เดี๋ยวมึงเจอกู)"

 

 


นายมนู คนขับเก๋ง สารภาพ

ล่าสุด เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. สายไหม พบว่าเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบรอนซ์เงินหมายเลขทะเบียน ญธ-4861 กทม. ซึ่งมีนายมนู แสงโพธิ์แก้วอายุ 43 ปี เป็นผู้ขับขี่ จึงได้นำกำลังฝ่ายสืบสวนไปติดตามตัวพร้อมตรวจยึดรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งจอดอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก ของนายมนูย่านบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

 

 

จากการสอบสวนเบื้องต้นนายมนูให้การว่าก่อนเกิดเหตุ ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาทำธุระที่บริเวณถนนสายไหม แล้วจะเดินทางกลับบ้านพักย่านบางบัวทอง โดยได้ขับรถไปตามถนนสุขาภิบาล 5 ตนเองรู้สึกว่าเหยียบอะไรบ้างอย่าง และลากติดรถมาด้วย ตนเองจึงจอดและขับรถถอยหลังเพื่อให้สิ่งที่ติดอยู่ใต้ทองรถหลุดออกไป จากนั้นตนเองได้ขับรถกลับบ้าน พอเช้าวันรุ่งขึ้นภรรยาของตนเองถามว่ารถไปชนอะไรมาทำไมกันชนถึงแตก และบวกกับภรรยาดูข่าวในทีวีเห็นคล้ายๆรถของตนเองก่อเหตุชนคนแล้วหนี ตนเองจึงแน่ใจว่าคืนวันเกิดเหตุต้องขับรถเหยียบคนแน่ๆ เนื่องจากความตกใจกลัวความผิดจึงไม่กล้ามอบตัว ก่อนที่นายมนูจะสารภาพเพิ่มเติมว่า เห็นกลุ่มคนยืนอยู่ และมีรถยนต์สีดำเปิดไฟสูง จึงกลัวคิดว่าอาจจะเป็นมิจฉาชีพ จึงพยายามขับรถผ่านไปแล้วรู้สึกว่าชนอะไรบางอย่างเข้า แต่ไม่แน่ใจจึงขับต่อไป (ชมคลิปวิดีโอด้านล่าง)

 

 

นายมนู ขอโทษญาติผู้เจ็บ


 

 

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดังเจ้าของเพจ ทนายคลายทุกข์ ให้ความเห็นทางกฏหมายถึงประเด็นที่นายมนู มีการอ้างว่าไม่รู้ตัว แล้วก็ไม่รู้ว่าชนอะไร อีกทั้งยังไม่หยุดจอดรถ ว่า ที่ผู้ขับขี่อ้างว่าคิดว่าจะเป็นมิจฉาชีพ อันนี้ฟังไม่ขึ้น เป็นข้ออ้างที่ไร้สาระ ส่วนในอนาคตถ้ามีการเรียกค่าเสียหายก็ต้องดูค่ารักษาพยาบาล ค่าเสื่อมสุขภาพ สามารถเรียกได้หมด นอกจากนี้การขับรถชนแล้วหนีเกิน 6 เดือนไม่ยอมมอบตัว เจ้าพนักงานยึดรถที่ใช้ก่อเหตุ สามารถขอให้ศาลสั่งให้รถนั้นตกเป็นของรัฐได้เลย ตามมาตรา 78 ของพ.ร.บ.จราจรทางบก.

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ