ผีสร้างวัด!! ตำนานพระเถราจารย์ดังเมืองระยอง "หลวงพ่อวงศ์ วัดบ้านค่าย"ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ต่างๆ เจรจายืมสมบัติผีมาสร้างวัด เมื่อเสร็จ..คืนทันที

Publish 2018-02-14 09:51:26



หลวงพ่อวงศ์ วัดบ้านค่าย จังหวัดระยอง (พระครูวิจิตรธรรมานุวัติ)

เป็นพระคณาจารย์ที่เชี่ยวชาญในวิชาไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ เเละเเพทย์เเผนโบราณ องค์หนึ่งในภาคตะวันออกเป็นพระคณาจารย์สมัยหลวงพ่ออี๋ เเห่งวัดสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เเต่เเก่อาวุโสกว่า เเละรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี เนื่องจากท่านเป็นพระที่รักสันโดษ มักน้อย เเละถ่อมตัว ทำเครื่องรางของขลังออกมาน้อยนั่นเอง ชื่อเสียงของท่านเป็นที่รู้กันทั่วไป เคยไปร่วมพิธีพุทธาภิเษกกับสมเด็จพระสังฆราชเเพ เเห่งวัดสุทัศน์ที่กรุงเทพมหานครในสมัยนั้น อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านค่าย อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง จากหลักฐานที่เชื่อถือได้กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เคยมาตั้งค่ายอยู่ที่อำเภอบ้านค่าย ก่อนจะเข้าตีเมืองระยอง

หลวงพ่อวงศ์นามเดิมชื่อ วงศ์ นามสกุล วงศ์พิทักษ์ เกิดที่บ้านหนองตาเสี่ยง ตำบล หนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๙ ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๐๐ บิดาชื่อ น้อย มารดาชื่อ เอี่ยม มีพี่น้องร่วมบิดา มารดา ทั้งหมด ๙ คน หลวงพ่อเป็นคนที่ ๔ เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่ม อายุ ๑๔ มารดาไปนำไปฝากทีวัดเพื่อเรียนหนังสือ โดยนำไปฝากกับพระอาจารย์กลั่น วัดบ้านค่าย เมื่ออายุครบบวชท่านจึงได้อุปสมบท ณ วัดบ้านค่าย ตรงกับเดือน ๘ เเปดสองหน พ.ศ. ๒๔๒๓๓ ขณะนั้นอายุ ๒๔ ปีโดยมี หลวงปู่สังข์เฒ่า ที่มีอาคมเเก่กล้า เเละเป็นผู้สร้างวัดละหารไร่เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ดี วัดบ้านค่ายเป็นพระกรรมอาจารย์ ปี พ.ศ. ๒๔๓๓ พระอาจารย์ดี ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านค่ายได้มรณภาพลง พระยาศรีสมุทรโภคโชคชัยชิตสงคราม ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองในสมัยนั้น จึงมอบให้หลวงพ่อเป็นผู้รักษาวัดบ้านค่าย ต่อมา พระครูสมุทรสมานคุณเจ้าคณะจังหวัดระยองในสมัยนั้น ได้เเต่งตั้งให้ หลวงพ่อวงศ์ ระยอง เป็นเจ้าอธิการวัดบ้านค่าย มีอำนาจหน้าที่ในการปกครองวัดบ้านค่ายโดยสมบูรณ์

ในปีพศ ๒๔๔๖ หลวงพ่อวงศ์มีพรรษาได้ ๒๔ พรรษา อายุ ๔๖ ปี สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ สมัยดำรงค์สมณศักดิ์ เป็นที่ พระสุคุณคณาภรณ์ เจ้าคณะมณฑลจันทบุรี ได้นัดพระเถระผู้ใหญ่ รวม ๒๐ วัดที่วัดเก๋ง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งโรงพยาบาลระยอง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เพื่อเเต่งตั้งให้ หลวงพ่อวงศ์ ระยอง ดำรงตำเเหน่งเจ้าคณะเเขวงอำเภอ บ้านค่าย ในวันเเรก ท่านไม่ยอมรับ ท่านเจ้าคณะมณฑลจันทบุรี ก็ยังไม่ยอม ให้พระผู้ใหญ่ซึ่งมาประชุมในวันนั้นกลับไปก่อน เเละนัดให้มาประชุมใหม่ในวันรุ่งขึ้น แล้วจึงออกประกาศแบบบังคับเเต่งตั้งเจ้าคณะเเขวงบ้านค่าย หรือ เจ้าคณะอำเภอบ้านค่ายปัจจุบัน นับว่า หลวงพ่อวงศ์เป็นเจ้าคณะเเขวงองค์เเรกของอำเภอบ้านค่าย มีวัดในเขตปกครองของอำเภอบ้านค่าย ๑๖ วัด



หลวงปู่วงศ์ท่านมีอภิญญาจิต สามารถหยั่งรู้ได้ว่ามีสมบัติมีค่าของผู้ที่ตายแล้วฝังดินไว้จำนวนมากมายในบริเวณของวัดบ้านค่าย และวิญญาณเจ้าของทรัพย์ที่ตายไปแล้ว ก็ยังวนเวียนเฝ้าทรัพย์ของตนอยู่ ดังนั้นท่านจึงติดต่อกับวิญญาณเหล่านั้นขอยืมสมบัติผีมาสร้างวัด เมื่อผีเจ้าของทรัพย์ตนใดตกลงให้ยืม ผีก็จะนำสมบัติอันมีค่ามาวางไว้ให้ในที่ต่างๆ วางไว้ใต้ธรรมาสน์บ้าง วางไว้หลังพระประธานบ้าง และที่อื่นๆ ซึ่งเป็นที่ลับตาบ้าง
หลวงปู่วงศ์ได้นำสมบัติเหล่านั้นไปเปลี่ยนเป็นเงินแล้วใช้เป็นทุนบูรณะวัดขึ้นมาทีละส่วน เมื่อชาวบ้านญาติโยมรู้ว่าผียังช่วยสร้างวัด ต่างก็เกิดจิตศรัทธามาร่วมบริจาคปัจจัยกันเป็นจำนวนมาก ทำให้หลวงปู่วงศ์สามารถปฏิสังขรณ์วัดบ้านค่ายให้มีสถานที่กระทำศาสนพิธีได้ครบถ้วนสมบูรณ์ คือมีโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ และกุฏิจำพรรษาของพระเณร
เมื่ิอบูรณะวัดบ้านค่ายเสร็จเรียบร้อย หลวงปู่วงศ์ก็รวบรวมปัจจัย นำไปซื้อเครื่องประดับอันมีค่าของผีที่มีลักษณะเหมือนกันคืนกลับไป เวลาเอาคืนท่านก็จะนำไปวางในที่ลับตา เครื่องประดับอันมีค่าก็จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย ผีบางตนก็ไม่เอาสมบัติคืน หากถวายให้กับท่านเพื่อสร้างกุศลความดีด้วยกัน

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๖๑ หลวงพ่อวงศ์ ระยอง ได้รับตราตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ วันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรสมณศักดิ์ คือ ให้พระครูวงศ์ วัดบ้านค่าย เป็นพระครูวิจิตรธรรมานุวัติ
ในเรื่องของการหยั่งรู้มรณกาล มีเรื่องที่เล่าเกี่ยวกับ เรื่องมรณภาพของ หลวงพ่อวงศ์ ระยอง คือ ก่อนมรณภาพดูหลวงพ่อวงศ์ วัดบ้านค่าย ระยอง ชรามาก ท่านจะพูดว่า ใบไม้เหลืองเเล้วก็ต้องร่วง ใบอ่อนก็ผลิเเตกขึ้นมาเเทน เป็นธรรมดาของโลก วันสองวันกูก็จะสบายเเล้ว มอบวัดให้คุณดิ่ง ครอง ๒ วัดคือ วัดบ้านค่าย เเละ วัดไผ่ล้อม
ดูหลวงพ่อวงศ์ ระยอง จะทราบมรณภาพของท่าน คือหลังจากได้ปรารถถึงความตายเเล้ว ท่านก็จัดการกับลูกศิษย์ของท่านชื่อ นายไหล ซึ่งมาอยู่วัดกับหลวงพ่อตั้งเเต่อายุ ๕ ขวบ จนถึง ๑๓ ขวบ โดยให้นายไหลไปอยู่กับหลวงพ่อทบ วัดกะบกขึ้นผึ้งเป็นการจัดการเรื่องของศิษย์ที่ท่านเป็นห่วงอยู่เป็นที่เรียบร้อย



ในวันมรณภาพนั้น หลังจากฉันเช้าเเล้ว ท่านพูดพึมพำว่า ถึงเวลาเเล้วก็กลับไป เเล้วสั่งว่า ถ้าท่านมรภาพเวลาปลงศพให้ใส่เปลือกข่อยลงไปด้วย หลังจากนั้นหลวงพ่อก็ถือพิมพ์ยา ไปกดพิมพ์เป็นลูกกลอน เมื่อกดพิมพ์ได้พอสมควรเเล้วก็มานั่งปั้นเป็นลูกกลอน ขณะที่ปั้นอยู่นั้นหลวงพ่อวงศ์ ระยอง นั่งตะเเคงมรณภาพด้วยอาการสงบ ตรงกับที่หลวงพ่อเคยปรารถไว้ทุกประการ ในการปลงศพของหลวงพ่อวงศ์ ระยอง นั้น เมื่อจุดไฟประชุมเพลิงปรากฎว่าจุดไฟไม่ติด ได้พยายามจุดกันหลายหนก็ไม่ติด จนนายไหลซึ่งเป็นศิษย์นึกถึงคำสั่งของหลวงพ่อวงศ์ วัดบ้านค่าย ระยอง ก่อนมรณภาพ จึงไปถากเปลือกข่อย มาสุมไฟจึงติดเเละประชุมเพลิงได้ ในขณะที่ไฟกำลังลุกอยู่นั้น บรรดาผู้ที่มาร่วมกันประชุมเพลิง ได้เห็นไก่ขาวบินจากทางทิศเหนือผ่านซุ้มประตู ข้ามเมรุ บินหายเข้าไปกุฏิหลวงพ่อ จากเหตุที่ไก่ขาวบินเข้าไปในกุฏิหลวงพ่อนั้นเป็นนิมิตทำนองบอกใบ้ไว้ว่า ถัดจากหลวงพ่อวงศ์ วัดบ้านค่าย ระยอง จะมีอาจารย์ผู้ทรงคุณวิเศษอีกท่านหนึ่งมาอยู่ที่วัดบ้านค่าย นั้นก็คือหลวงพ่อดิ่งนี่เอง ซึ่งเป็นศิษย์องค์เเรกที่หลวงพ่อวงศ์ ระยองอุปสมบทให้

อ่านเพิ่มเติม..."หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่"

ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ เจ้าของบทความ ที่มาเนื้อหาข้อมูลมา ณ ที่นี้

เพจSaran Wiki 

เพจประวัติศาสตร์และพระดีเมืองระยอง


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศักดิ์ศรี บุญรังศรี

ติดตามข่าวอื่นๆ