งามหน้าไหมเห็บหมา!?!พบแล้วโจรฉกของนทท.คาสนามบิน ที่แท้“2พนง.ลำเลียงสัมภาระ”ทำหลายครั้ง-ยึดของกลางอื้อ“การบินไทย”เต้นฟันวินัย-อาญา???

งามหน้าไหมเห็บหมา!?!พบแล้วโจรฉกของนทท.คาสนามบิน ที่แท้“2พนง.ลำเลียงสัมภาระ”ทำหลายครั้ง-ยึดของกลางอื้อ“การบินไทย”เต้นฟันวินัย-อาญา???

Publish 2017-08-19 14:32:49

จากกรณีบนโลกออนไลน์เฟซบุ๊กผู้ใช้ชื่อ "  THE SNAP THAILAND "ได้แชร์เรื่องราวเตือนภัยของสายการบินดังของไทยเมื่อครอบครัวได้ใช้บริการโดยสารไปยังประเทศญี่ปุ่น ขาไปไม่มีปัญหาอะไรเพราะของในกระเป๋ามีแต่เสื้อผ้า แต่ขากลับสุดช้ำของฝากกว่าครึ่งหายไปจากกระเป๋าอย่างไร้วี่แวว



"แชร์ประสบการณ์ #โจรในสายการบินไทย ยาวหน่อยนะ!! #แต่รักคุณเท่าฟ้าจริงๆ #แชร์ให้บอร์ดผู้บริหารการบินไทยให้เห็นผ่านตาบ้าง #ใครรู้จักก็ฝากแท็กให้เค้าเห็นหน่อย #แชร์แปะไว้เตือนภัยสังคม ตอนที่ 1  วันที่ 15 สิงหาคม 2560ใครจะไปรู้สายการบินที่ดีที่สุดในประเทศไทย มีขโมยที่แผงตัวอยู่ เป็นเหมือนเห็บหมาของสายการบินของคนไทย ก่อนอื่น เราเดินทางไปเที่ยว ญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2560เดินทางด้วย สายการบินไทย เดินทางกัน 2 ท่านทั้งไปและกลับ ใช้สายการบินไทย เส้นทางคือ ขาไป ภูเก็ต-สุวรรณภูมิ-นาริตะ ขากลับ นาริตะ -สุวรรณภูมิ-ภูเก็ต (โดนขโมย ขากลับ)

       ล่าสุดเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู จ.ภูเก็ต ได้เข้าทำการจับกุมตัว นายอรรถชัย แก้วดวง และนายธีรวุฒิ ยงค์หนู  พนักงานลำเลียงสัมภาระของบริษัทบริการภาคพื้นแห่งหนึ่ง  ซึ่งรับผิดชอบงานลำเลียงสัมภาระผู้โดยสารให้กับท่าอากาศยานภูเก็ต ในข้อหาลักทรัพย์ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นนาฬิกาข้อมือและทรัพย์สินมีค่าอีกหลายรายการ

 

       ทั้งนี้สาเหตุในการเข้าจับกุมตัวพนักงานลำเลียงสัมภาระดังกล่าว เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียรายหนึ่ง เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยขณะเดินทางกลับประเทศได้ตรวจสอบสัมภาระพบว่าโทรศัพท์มือถือไอโฟนที่ใส่ไว้ในกระเป๋าหายไปจึงติดต่อผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจของท่าอากาศยานภูเก็ต จากนั้นท่าอากาศยานภูเก็ตจึงดำเนินการตรวจสอบภาพหลักฐานที่ผู้เสียหายแจ้งเข้ามา และประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรสาคูและตำรวจท่องเที่ยว เพื่อทำการเข้าจับกุม ผู้กระทำผิดได้ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งพบของกลางอีกหลายรายการ จึงได้ดำเนินการอายัดของกลางและดำเนินคดีผู้ก่อเหตุฐานลักทรัพย์


       ด้านการบินไทย ชี้แจงกรณีที่มีผู้โดยสารการบินไทย โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีใจความว่า มีทรัพย์สินส่วนหนึ่งสูญหายไปจากกระเป๋าสัมภาระบรรทุกใต้ท้องเครื่องบิน ระหว่างการเดินทางในเที่ยวบินที่ ทีจี 641 โตเกียว (นาริตะ) - กรุงเทพฯ และต่อด้วยเที่ยวบินที่ ทีจี 221 กรุงเทพฯ - ภูเก็ต เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2560 นั้น

 

       บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอแสดงความเสียใจและใคร่ขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนในทันทีที่ได้รับข้อมูลครบถ้วนจากผู้โดยสาร ซึ่งบริษัทฯ ขอชี้แจงว่า การขนส่งสัมภาระภายในท่าอากาศยานมีกระบวนการที่ต้องผ่านการลำเลียงผ่านจุดให้บริการหลายจุดและมีพนักงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก อีกทั้ง การเดินทางของผู้โดยสารท่านนี้เป็นการเดินทางผ่าน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และมีปลายทางอยู่ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต ซึ่งบริษัทฯ ได้เร่งประสานไปยัง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าของพื้นที่ของทั้งสองท่าอากาศยานเพื่อขอดูภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดในเวลาที่สัมภาระจากทั้ง 2 เที่ยวบินมีการลำเลียงแล้ว

       ผลเบื้องต้น พบผู้ต้องสงสัยเป็นพนักงานของบริษัทภายนอก (Outsource) แห่งหนึ่งที่จัดส่งแรงงานให้บริษัท การบินไทย ซึ่งปฏิบัติงาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แสดงอาการผิดสังเกต ซึ่งบริษัทฯ จะได้ประสานงานกับบริษัท Outsource ดังกล่าว รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการเชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาทำการสอบสวนและขยายผลต่อไป

 

       ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อทรัพย์สินของผู้โดยสาร และมีมาตรการในการควบคุมการขนถ่ายสัมภาระอย่างเคร่งครัดหากพบว่ามีพนักงานผู้ใดกระทำการทุจริตต่อทรัพย์สินของผู้โดยสาร จะได้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดทั้งทางวินัยตามระเบียบของบริษัทฯ รวมถึงดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายให้ถึงที่สุด อนึ่ง บริษัทฯ จะได้แสดงความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินที่สูญหายตามมูลค่าไม่เกินตามได้ระบุไว้บนบัตรโดยสารซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว