กรมป่าไม้คุมเข้มยุติ "การกรีดยางพารา" ของนายทุนรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติเดินหน้าเร่งฟื้นฟูตั้งเป้าเพิ่มป่า 2.5 หมื่นไร่!!!

Publish 2017-08-16 13:23:13

เมื่อวันที่ 15  สิงหาคม 60  ที่ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าภาคเหนือที่ 3 บ้านวังกระบาก นายชลธิศ  สุรัสวดี  อธิบดีกรมป่าไม้  พร้อมนายอรรถพล  เจริญชันษา  รองอธิบดีกรมป่าไม้  ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า  และหัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร  นายชีวะภาพ  ชีวะธรรม  ลงพื้นที่ร่วมกับ กอ.รมน.ฝ่ายทหาร  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานต่าง ๆที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามการปฏิบัติงานเชิงรุกในการบังคับใช้กฎหมายและการควบคุมการกรีดยางพาราต่อกลุ่มนายทุนที่บุกรุกพื้นที่ปลูกยางพาราในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขากระยาง ต.บ้านแยง อ.นครไทย  จ.พิษณุโลก ไปพร้อมกับการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับชุมชนถึงมาตรการดังกล่าว  ซึ่งเป็นไปตามคำสั่ง  คสช.  ที่  64/2557 และ  66/2557  รวมทั้งแผนปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า   (ศปก.พป.)   กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้การนำของ พลเอกสุรศักดิ์  กาญจนรัตน์  รมว.ทส.  

 

 

 



นายชลธิศ  สุรัสวดี  อธิบดีกรมป่าไม้  เปิดเผยว่า  กรมป่าไม้ลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกในการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มนายทุนที่บุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อปลูกยางพาราในเขตป่าสงวนแห่งชาติมาตั้งแต่ปี  2558 จากการตรวจสอบพบว่า  ในภาคเหนือมีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ถึง 32,450,386  ไร่  ถูกบุกรุกเพื่อปลูกยางพาราจำนวน  696,674 ไร่  โดยเฉพาะในจังหวัดพิษณุโลกนั้นแม้จะมีพื้นที่ป่าจำนวน 1,356,493  ไร่ ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่าอีกหลายจังหวัดในภูมิภาคเดียวกัน  แต่กลับถูกบุกรุกเพื่อปลูกยางพาราถึง  158,615 ไร่  

 

 

เมื่อเรานำพื้นที่การปลูกยางพารามาคิดเปรียบเทียบกับสัดส่วนของพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่มีอยู่จะพบว่า  พื้นที่ป่าในจังหวัดพิษณุโลกถูกบุกรุกเพื่อปลูกยางพาราในอัตราสูงที่สุดในภาคเหนือถึงร้อยละ 11.7  โดยคาดว่าเป็นการบุกรุกของกลุ่มนายทุนไม่ต่ำกว่า  30,000 ไร่  ทั้งนี้  ได้ดำเนินการตรวจยึดดำเนินคดีแล้วจำนวน  23,173 ไร่  และได้ดำเนินการรื้อถอนตามมาตรา  25 แล้วจำนวน  4,394 ไร่  รวมทั้งดำเนินการปลูกฟื้นฟูป่าในพื้นที่ตัดฟันแล้วจำนวน  3,109 ไร่  สำหรับแปลงที่เข้าดำเนินการในครั้งนี้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขากระยาง  ท้องที่บ้านเกษตรสุข  ม. 5  ต.บ้านแยง  อ.นครไทย  จ.พิษณุโลก  ซึ่งเป็นแปลงของกลุ่มนายทุนที่ได้ดำเนินการตรวจยึดไว้เมื่อวันที่  15 กรกฎาคม  2560  เนื้อที่จำนวน  113 ไร่   


อธิบดีกรมป่าไม้  กล่าวต่อว่า  พื้นที่ที่ได้ดำเนินการตรวจยึดไว้นั้น  นอกจากที่กรมป่าไม้จะเร่งดำเนินการตามมาตรา  25  และปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศน์แล้วยังกำหนดมาตรการเชิงรุกในการควบคุมการกรีดยางพาราและการผลิตน้ำยางของกลุ่มนายทุนในเขตป่าสงวนแห่งชาติอีกด้วย  เพื่อปกป้องพื้นที่ป่าไม่ให้ถูกทำลายซ้ำอีก ผมขอยืนยันว่านโยบายการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลจะใช้ดำเนินการกับกลุ่มนายทุนเท่านั้น  ส่วนประชาชนผู้ยากไร้ที่ไร้ที่ทำกิน  รัฐบาลมีนโยบาลการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน  ซึ่งขณะนี้มีเป้าหมายที่จะจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ  (คทช.)  กว่า 700,000ไร่ ทั่วประเทศ   
  


ทั้งนี้  ได้ดำเนินการปลูกพื้นฟูในพื้นที่ดังกล่าวไปแล้วจำนวน 1,150 ไร่  ซึ่งขณะนี้ต้นไม้ที่ปลูกไว้ได้เจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว  ส่งผลให้ระบบนิเวศน์โดยรอบกลับมาฟื้นคืนความสมบูรณ์อีกครั้ง  และกรมป่าไม้มีการปลูกป่าประชารัฐในพื้นที่ที่ดำเนินการ เพื่อฟื้นฟูป่าให้กลับมาสมบูรณ์ โดยกรมป่าไม้ได้นำร่องปลูกป่าไปแล้ว 17 จังหวัดภายใต้โครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน โดยตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ป่ากว่า 2.5 หมื่นไร่  ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันปลูกต้นไม้ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทร


มหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศ โดยสามารถติดต่อขอรับกล้าไม้ได้ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 กันยายน 2560 ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ติดต่อขอรับกล้าไม้ได้ที่กรมป่าไม้ เขตบางเขน กรุงเทพฯ  ต่างจังหวัด ติดต่อขอรับได้ที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ และสถานีเพาะชำกล้าไม้ทั่วประเทศ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร. 02-561-4292-3 ต่อ 5551  ส่วนเพาะชำกล้าไม้ สำนักส่งเสริมการปลูกป่า กรมป่าไม้  
 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อติ บุญเสริม

ติดตามข่าวอื่นๆ