หลักฐานชัดลุยอาญา!! ดีเอสไอแจงผลสอบบ้านตากอากาศสุดหรูโผล่กลางเขา รุกป่าสงวนฯพังงาต้องยึดคืน เอาผิดนายทุนใหญ่ระดับมหาเศรษฐีภูเก็ตหลายข้อหา!?!

หลักฐานชัดลุยอาญา!! ดีเอสไอแจงผลสอบบ้านตากอากาศสุดหรูโผล่กลางเขา รุกป่าสงวนฯพังงาต้องยึดคืน เอาผิดนายทุนใหญ่ระดับมหาเศรษฐีภูเก็ตหลายข้อหา!?!

Publish 2017-06-09 16:33:26

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้า (9 มิ.ย.) ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้สนธิกำลังดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทหารจากกองทัพภาคที่ 4 และกำลังอากาศยานสนับสนุนจากหมวดบินทัพเรือภาคที่ 3 กองทัพเรือ ได้เดินทางเข้าตรวจค้นคฤหาสน์ 2 หลัง ที่ปลูกสร้างอยู่บนยอดเขา ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ของนักธุรกิจใหญ่ จ.ภูเก็ต  โดยมีการตัดถนนคอนกรีตระยะทางกว่า 2.8 กิโลเมตร เพื่อใช้เดินทางเข้าบ้านพัก และอาจจะใช้เป็นแหล่งหลบซ่อนตัวของ"พระธัมมชโย" อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากคฤหาสน์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับศิษย์คนสนิทของพระธัมมชโย และยังตั้งอยู่ไม่ห่างไกลจากสถานปฏิบัติธรรมมุกตะวัน สาขาของวัดธรรมกายใน จ.พังงาตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น 
 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : พลิกป่าล่าธัมมชโย!!! DSI นำทหาร-ป่าไม้บุกค้นคฤหาสน์ 2 หลัง ควานหาตัว "ธัมมชโย" ปลูกสร้างบนยอดเขาจุดชมวิวทะเลพังงา 
 



ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกแถลงการณ์ โดยข้อความระบุว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากร และการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ และใช้มาตรการทางกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กำชับให้กรมสอบสวนคดีพิเศษปฏิบัติงานตามนโยบายและข้อสั่งการของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราบปรามการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยให้เร่งดำเนินการป้องกันและปราบปรามอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและต่อเนื่องนั้น ทั้งนี้กระทรวงยุติธรรม ได้รับการร้องเรียนจากเครือข่ายกลุ่มอันดามัน กรณีมีผู้มีอิทธิพลหลายกลุ่มได้บุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดพังงาหลายพื้นที่ ในการนี้ พันตำรวจเอกดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านอำนวยความยุติธรรม ในฐานะกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสืบสวนสอบสวน และจากการตรวจสอบเบื้องต้น ปรากฏข้อเท็จจริง ดังนี้


1. ตรวจพบว่ามีการปลูกสร้างบ้านพักขนาดใหญ่ จำนวน 2 หลัง ตั้งอยู่บนสันเขาที่เป็นเทือกเขาสูง สามารถมองเห็นเกาะภูเก็ตและอ่าวพังงา อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลา และแหลมซำ ซึ่งประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติเมื่อปี 2527 โดยก่อนหน้านี้ประกาศเป็นป่าตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2504 โดยมีการสร้างถนนส่วนบุคคล เชื่อมต่อจากเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1004 จำนวน 1 เส้นทาง ระยะทางประมาณ 2.8 กิโลเมตร เพื่อใช้เดินทางเข้ามายังบ้านพัก

 


2. ตรวจพบว่าบริเวณตัวบ้าน และบริเวณข้างเคียง เดิมมีการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินเป็น น.ส.3 ก. เลขที่ 1281 แปลงเดียว เนื้อที่ 39 ไร่ ทับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลาฯ ครอบคลุมภูเขาทั้งลูก ต่อมาได้มีการแบ่งแยกเป็น 14 แปลงหลัก และได้มีการรวมแปลงและแบ่งแยกที่ดินออกไปอีกจำนวนหลายแปลง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการออกโดยการเดินสำรวจในช่วงปี 2520 โดยไม่มีหลักฐานของที่ดินเดิม และอ้างว่าปลูกสวนผลไม้มาประมาณ 33 ปี ซึ่งจากการอ่านแปลวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ พบว่าในปี พ.ศ. 2510 และพ.ศ. 2519 พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่า 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่พบร่องรอยการทำประโยชน์ จึงเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ โดยจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 


นอกจากนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ยังเปิดเผยด้วยว่า “การดำเนินคดีกับผู้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติและที่ดินของรัฐทุกประเภท ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หน่วยทหาร กรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นภารกิจสำคัญ ที่จะต้องทวงคืนเอาแผ่นดินดังกล่าวกลับคืนมาเป็นของรัฐและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด สำหรับผู้กระทำผิดรายนี้ เป็นนายทุนรายใหญ่ที่มีฐานะร่ำรวยในระดับต้นๆ ของจังหวัดภูเก็ต มีพฤติการณ์ในการบุกรุกที่ดินของรัฐ และร่ำรวยจากการค้าขายที่ดินที่ผิดกฎหมาย มีคดีความอยู่กับกรมสอบสวนคดีพิเศษทั้งที่อยู่ในชั้นศาลและอยู่ระหว่างดำเนินคดี ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย และมาตรการด้านกฎหมายฟอกเงิน เข้าไปดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบกับบุคคลดังกล่าว” 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน