คนดีมีที่ยืน!!!“บิ๊กตู่”ตั้ง“ถวิล”นั่งกก.วินิจฉัยเปิดเผยข้อมูลสาขาตปท.-มั่นคง ย้อนวีรกรรมขรก.ผู้กล้าฟ้อง“ยิ่งลักษณ์”ย้ายไม่เป็นธรรม???

คนดีมีที่ยืน!!!“บิ๊กตู่”ตั้ง“ถวิล”นั่งกก.วินิจฉัยเปิดเผยข้อมูลสาขาตปท.-มั่นคง ย้อนวีรกรรมขรก.ผู้กล้าฟ้อง“ยิ่งลักษณ์”ย้ายไม่เป็นธรรม???

Publish 2017-05-16 08:16:59

จากกรณีราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร มีรายละเอียดระบุว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ (๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ และ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘) อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาต่าง ๆ จํานวน ๕ สาขา ตามที่ สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเสนอ และได้มีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๒๖พฤศจิกายน ๒๕๕๖ และลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘




       ทั้งนี้คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าวได้ดํารงตําแหน่งครบวาระสามปีแล้ว เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๐ อนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาต่าง ๆ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ โดย๑ในจำนวน๕สาขาที่น่าสนใจก็คือ คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาต่างประเทศและความมั่นคง ของประเทศ จํานวน ๔ คน และ๑ใน๔ ก็ปรากฏชื่อของนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคง(สมช.)อยู่ด้วย

 

       หากย้อนไปพบว่าศาลปกครองสูงสุดเคยมีคำพิพากษาสั่งเพิกถอนคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ให้นายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และให้ผลย้อนหลังไปถึงวันที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับโดยให้นายกรัฐมนตรี นั่นคือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้นายถวิลได้กลับสู่ตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาตินับแต่วันที่มีคำพิพากษา ทั้งนี้คำพิพากษาดังกล่าวสืบเนื่องมาจากนายถวิล ได้ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรีต่อศาลปกครองชั้นต้น หลังนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้พ้นจากเลขาสมช.และไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาว่าการโยกย้ายดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนคำสั่งโยกย้ายรวมถึงให้นายกฯคืนตำแหน่งเลขาฯสมช.ให้กับนายถวิลโดยเร็ว แต่นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุด


       ต่อมาศาลปกครองสูงสุดได้ตรวจสอบเหตุผลนายกฯ ได้อ้างในการโอนนายถวิลแล้วปรากฏว่ามิได้เป็นไปตามที่นายกฯ กล่าวอ้าง จึงเท่ากับฝ่ายบริหารได้ใช้อำนาจดุลพินิจในการโอน นายถวิลโดยไม่มีเหตุผลรองรับ จึงถือได้ว่าเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบอันเป็นเหตุแห่งความไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ดังนั้น การโอนผู้ฟ้องคดีจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 30 ก.ย. 54 จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

     

       ขณะที่นายถวิล กล่าวภายหลังรับฟังคำพิพากษาฯว่า ถือว่าได้รับความกรุณาจากศาลฯ ตนสู้มา 2 ปี 6 เดือน ไม่ใช้สู้เพื่อตัวเอง แต่เป็นการสู้เพื่อความยุติธรรม หากฝ่ายการเมืองมีการเคารพศักดิ์ศรีของฝ่ายข้าราชการประจำอย่างเท่าเทียมกัน ก็เชื่อว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งฝากเตือนถึง นายกฯ ว่าอย่าให้ระบบอุปถัมภ์ อย่าเอาการใช้พวกพ้องในฝ่ายการเมืองมาใช้กับพวกตนที่เป็นข้าราชการประจำ ที่ผ่านมาเจ็บปวดมากพอแล้ว ข้าราชการก็เดือดร้อนกันทุกกระทรวง แล้วอย่างนี้จะบริหารบ้านเมืองได้อย่างไร การแต่งตั้งโยกย้ายอย่าทำเพื่อสนองผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น เพราะจะเป็นการทำลายระบบข้าราชการอย่างย่อยยับ และข้าราชการเองก็อย่าวิ่งเต้นเพื่อให้ได้ตำแหน่ง เพราะทำให้ข้าราชการที่ดีได้รับผลกระทบและหมดกำลังใจในการทำงาน

       นอกจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่านคำวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) ประกอบมาตรา 268 หรือไม่ จากกรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้ตำแหน่งแทรกแซงโยกย้าย ขัดรธน.ม.266 ม.268 ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามม.182 และไม่อาจอยู่รักษาการต่อไปได้

 

       อย่างไรก็ตามหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง พร้อมกับสั่งให้รัฐบาลคืนตำแหน่ง เลขาฯ สมช.ให้นายถวิลแล้ว ต่อมา มีผู้นำคำสั่งศาลปกครองสูงสุดไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยกรณีว่านางสาวยิ่งลักษณ์ย้ายนายถวิล โดยมิชอบ จะทำให้พ้นสภาพนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้นัดไต่สวนปมโยกย้ายเลขาธิการสมช.โดยมิชอบ โดยคำร้องระบุถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ว่าการเข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการโยกย้ายเพื่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเองและผู้อื่นในเครือญาติ จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยชี้ขาดให้นายกรัฐมนตรีพ้นตำแหน่ง พร้อมทั้งรัฐมนตรีอีก9คน



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว