เดินหน้าเอาจริง!! "ทนายดัง" ลั่นไม่เลิกชุมนุม 10 เม.ย.กดดันยกเลิกกม.นั่งแคป+ท้ายกระบะ ปลุกระดมคนทั่วปท.ค้านพ.ร.บ.อัปยศขู่ม็อบยาว?

Publish 2017-04-08 11:37:01

จากกรณีเกิดกระแสดราม่าสนั่นโลกออนไลน์ขึ้น เมื่อรัฐบาลออกกฎในการเล่นสงกรานต์ รวมทั้งกฎในการใช้รถใช้ถนน โดยข้อที่ทำให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานาคือ กรณีห้ามนั่งหลังกระบะ และนั่งในแคป ทำให้หลายคนออกมาพูดเรื่องนี้กันอย่างมากมาย โดยหนึ่งในนั้นคือ นายวรกร พงศ์ธนากุล ที่ตัดสินใจอัดคลิปเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ตัดสินใจยกเลิกมาตรการบังคับทางกฎหมาย ที่กำหนดห้ามรถกระบะให้ผู้โดยสารนั่งด้านหลัง และรวมถึงบริเวณแคปภายในรถกระบะ จนกลายเป็นคนดังโลกโซเชียลในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง 

 



 

 

ล่าสุด เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายวรกร พงศ์ธนากุล ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "ทนายวรกร พงศ์ธนากุล" ระบุเอาไว้ว่า...

 

 

 

 

 

ท่านนายก ตู่ พวกผมอยากให้ท่าน ยอมรับความจริงเถอะครับว่าท่านออกกฎหมายที่ผิดพลาด อัปยศ ที่ห้ามให้คนนั่งหลังรถกระบะ และในแคป ท่านก็รู้ว่าวันนี้มีคนออกมาด่าท่านทั้งประเทศแล้ว รีบถอนยกเลิก พรบ. อัปยศ นี้เสีย แล้วสั่งปลดคนที่เป็นต้นคิดที่ออก พรบ อัปยศนี้ ประชาชนยังพอจะให้อภัยท่านได้นะ อย่าให้ต้องรอให้ถึงวันที่ 10 เมษาฯ เลยครับ ถ้าวันนั้นประชาชนทั้งประเทศเขาออกมามากๆทั้งประเทศท่านอาจจะถูกประชาชนไล่เอานะครับ ท่านต้องรีบคืนความสุขให้ประชาชน ก่อนที่จะถูกประชาชนเขาขับไล่ท่าน ครับ วันที่10เมษานี้พวกเรายังมีนัดกันเหมือนเดิมครับ เวลา10.00น ที่ทำเนียบรัฐบาล ไปยื่นหนังสือขอให้นายก ตู่ ถอน พรบ อัปยศ ให้ได้ถ้าไม่ถอนเราไม่กลับบ้านเราจะสู้จนกว่าท่านจะถอน พี่น้องถ้าต้องการปลดแอก พรบ อัปยศ ให้มันหยุดมาหลอกหลอนเราอีก ประชาชนต้องออกกันมาให้มากๆนะครับ ไม่มีอะไรจะชนะพลังประชาชนได้ครับ ถ้าไม่ออกมาเราแพ้ท่านก็แพ้ครับ

 


อย่างไรก็ตาม น่าสนใจว่าการออกมาระบุในทำนองว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา เป็นต้นเหตุการออกกฎหมายอัปยศ  สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนของ  ทนายวรกร   ก็มีข้อสังเกตและรายละเอียดที่ขัดแย้งกับ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. รับผิดชอบด้านงานจราจร  ที่อธิบายการการบังคับใช้กฎหมายในลักษณะดังกล่าวเป็นไปตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522  ซึ่งกำหนด การติดตั้งเข็มชัดเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 คือกลุ่มรถยนต์ รถแท็กซี่ รถลีมูซีน รถกระบะ 4 ประตู ถ้าจดทะเบียนก่อน ม.ค.2531 ตัวรถจะไม่มีการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยเลย แต่ถ้าจดทะเบียน 1 ม.ค.2531-1 ธ.ค.2553 ต้องติดเข็มขัดนิรภัยที่นั่งคนขับ และที่นั่งตอนหน้า ถ้าตั้งแต่ 1 ม.ค.2554 จะต้องมีเข็มขัดทุกที่นั่ง ถ้าไม่มีก็จะมีความผิด

 

กลุ่มที่ 2 คือรถตู้ส่วนบุคคล จดทะเบียนเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 15 คน ก่อน 1 ม.ค.2537 ตัวรถจะไม่มีการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยเลย แต่ตั้งแต่ 1 เม.ย.2555 จะต้องมีเข็มขัดทุกที่นั่ง ถ้าไม่มีก็จะมีความผิด กลุ่มที่ 3 คือรถปิคอัพ รถสองแถว ที่มีด้านหลังเป็นที่นั่งและที่บรรทุก กฎหมายบอกว่าให้บรรทุกสิ่งของและสัตว์ ห้ามไม่ให้มีคนนั่ง อันนี้ก็บังคับให้รัดเข็มขัดที่เบาะนั่งคู่หน้า ถ้าไม่มีก็จะมีความผิด และกลุ่มที่ 4 คือรถสี่ล้อเล็ก หรือรถกะป๊อ ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2555 ได้บังคับให้มีที่รัดเข็มขัด 2 คนหน้า ถ้าไม่มีก็จะมีความผิด


เช่นเดียวกับ  พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.  ซึ่งระบุว่า รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ที่จดทะเบียนระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2531-31 มกราคม 2555 และรถแท็กซี่ ที่นั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าต้องมีและคาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2554 กำหนดให้มีเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง รถตู้ที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2555 ต้องมีและคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง สำหรับรถกระบะ (ปิกอัพ) ในส่วนของผู้ขับขี่และคนนั่งด้านหน้าต้องมีและคาดเข็มขัดนิรภัย ยกเว้นรถสองแถว รถกระบะมีแค็บ และรถสามล้อเครื่อง ที่บังคับเฉพาะคนขับและผู้โดยสาร เนื่องจากไม่เหมาะแก่การติดตั้งเข็มขัดนิรภัยเพิ่มเติม สำหรับบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนไม่คาดเข็มขัดนิรภัย คนขับและผู้โดยสารรถเก๋ง รถแท็กซี่ รถกระบะ ปรับไม่เกิน 500 บาท ส่วนรถตู้โดยสารสาธารณะ รถทัวร์ รถบรรทุกสินค้า ปรับไม่เกิน 5 พันบาท

 

ก่อนหน้านั้น นายวรกร พงศ์ธนากุล ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "ทนายวรกร พงศ์ธนากุล" ระบุว่า...“เขาไม่ได้ยกเลิกกฎหมาย ที่ห้ามนั่งหลังรถกระบะและห้ามนั่งในแคบ ไม่ได้ยกเลิกกฎหมายครับ แต่เพียงอนุโลมให้นั่งได้ไปก่อนโดยไม่มีการปรับ ไม่ใช่ยกเลิกกฎหมาย เป็นเพียงคำสั่งเพื่อเอาตัวรอดไปก่อน  เพราะกระแสการต่อต้านของประชาชนรุนแรง รัฐบาลกลัวพัง ถ้าเรายอมเขาวันนี้สักวันหนึ่งกฎหมายนี้ก็ยังมีผลบังคับใช้ แล้วสักวันหนึ่งถ้าประชาชน ไม่ต่อสู้เขาก็จะเอากฎหมายมาบังคับกับเราอีก  ต้องยกเลิกเท่านั้นท่านพี่น้องว่าไงครับ

 

 

 

 

ขอบคุณที่มา : ทนายวรกร พงศ์ธนากุล


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน
HASTAG : กระบะ