จะให้เข้าใจว่างัยใครอยู่เบื้องหลัง !! ดูหน้าเลยพวกไหนเดือดร้อน "โจชัว หว่อง" โดนเบรกร่วมงาน 6 ตุลาส่งตัวกลับฮ่องกง !!?!!

Publish 2016-10-05 19:10:47

      สนข.ทีนิวส์เกาะติดความเคลื่อนไหวล่าสุด  จากรณีการส่งตัว  โจชัว  หว่อง   หัวหน้าพรรคเดโมซิสโต และผู้นำการเคลื่อนไหวสนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกง  กลับประเทศตามคำร้องขอของรัฐบาลจีน  ภายหลังทางด้านเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตปี 1 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงกรณีดังกล่าว  โดยอ้างว่าการกิจกรรม 6 ตุลา เป็นเพียงกิจกรรมทางวิชาการเท่านั้น 

 

แน่ใจหรือไม่แฝงการเมือง!!! "เนติวิทย์"นำแถลงการณ์อ้าง"โจชัว หว่อง"ร่วมงาน 6 ตุลาเป็นกิจกรรมวิชาการ จี้รัฐบาลยืนยันความปลอดภัยแจงเหตุกักตัว??  http://deeps.tnews.co.th/contents/207147/ )

 

 

     ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ยืนยันว่าการดำเนินการกับ โจชัว หว่อง  เป็นขั้นตอนปรกติในแง่ขอความร่วมมือระหว่างประเทศ  และเรียกร้องให้การจัดกิจกรรม 6 ตุลาคมที่จะมีขึ้นอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย 

 

(ข้อมูลประกอบ :  ฮึ่มเลย!! "บิ๊กตู่" ไม่ขัดจัด 6 ตุลาแต่อย่าล้ำเส้นปลุกระดม ย้ำปท.กำลังเดินหน้ารู้อยู่ใครเคลื่อนไหวเบื้องหลัง  http://deeps.tnews.co.th/contents/207182/ )

 

 

     ล่าสุด  โจชัว หว่อง ได้เดินทางกลับถึงฮ่องกงแล้ว   ก่อนโพสต์ข้อความระบุว่า  ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้เดินทางไปถึงกรุงเทพมหานคร  แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกักตัวไว้ไม่อนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศไทย  ทั้งยังถูกตัดขาดการสื่อสารจากโลกภายนอก และถูกยึดพาสปอร์ต โดยนับตั้งแต่ถูกควบคุมตัวที่กรุงเทพฯ จนถึงล่าสุดที่เดินทางกลับมาถึงฮ่องกง นับเป็นเวลากว่า 12 ชั่วโมงที่ต้องตกอยู่ในความหวาดกลัว และขอโทษทุกคนที่เป็นห่วง

 

ทางด้าน  นายเสข วรรณเมธี   อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ปฏิเสธไม่ให้นายโจซัว หว่อง แกนนำนักศึกษาฮ่องกง ที่เดินทางถึงสนามบินสุวรณภูมิเข้าประเทศไทย ว่า ในเรื่องนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศขออธิบายดังนี้  

 

 1.รัฐบาลไม่ได้ห้ามการแสดงออก ซึ่งความคิดเห็นทางการเมือง ดังเห็นได้ว่า รัฐบาลมิได้ห้ามจัดการเสวนา “6 ต.ค. ชาวจุฬามองอนาคต” โดยนิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย    

 

2.ในส่วนของข่าวเกี่ยวกับนายโจชัว หว่อง ที่มีการเผยแพร่อย่างกว้างขวางนั้น การอนุญาตให้เดินทางออกหรือเข้าเมืองมีปัจจัยหลายประการ และต้องเป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ในดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานนั้น ๆ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

 3. ในกรณีการปฏิเสธการเข้าเมืองของชาวต่างชาติ สายการบินที่รับผู้โดยสารเข้ามาจะต้องรับผู้โดยสารดังกล่าวกลับไปยังต้นทางที่ขึ้นเครื่องบินมา ซึ่งเป็นตามแนวปฏิบัติสากล



    อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตุว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ไทยครั้งนี้ถึงแม้จะมีการยืนยันว่าเป็นไปข้อมูลและข้อตกลงระหว่างประเทศ  แต่ก็มีกลุ่มบุคคลหนึ่งซึ่งมีความทุกข์ร้อนใจเป็นกรณีพิเศษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงขั้นต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของรัฐบาลไทย

 

      เริ่มต้นจาก   โฆษกสถานเอกอัคราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย    ที่ออกมากล่าวว่า  สหรัฐกำลังติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมต่างๆ ของแกนนำคนรุ่นใหม่จากฮ่องกงรายนี้  และกระตุ้นให้ทางการไทยชี้แจงสถานะของ โจชัว หว่อง ให้ชัดเจน  พร้อมระบุว่า สถานทูตสหรัฐฯ สนับสนุนกิจกรรมการแสดงออกพื้นฐานทางด้านเสรีภาพที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างในการแสดงความชุมนุมเห็นอย่างสันติไปทั่วโลก

 

    ส่วน  นายแชมพา พาเทล    ที่ปรึกษานักวิจัยอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล  ได้แถลงท่าทีต่อกรณีที่เกิดขึ้น    ว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นตอกย้ำว่าทางการไทยเต็มใจที่จะปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออก ตลอดจนสะท้อนให้เห็นว่าทางการจีนใช้อิทธิพลกับไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง  รวมถึงเป็นเครื่องสะท้อนอีกครั้งหนึ่งว่ารัฐบาลทหารของไทยจะทำทุกวิถีทางเพื่อยับยั้งการพูดคุยเกี่ยวกับการเมืองในประเทศ”

 

 

      ขณะเดียวกันทางด้านขบวนการประชาธิปไตยใหม่  นำโดย  นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว”  ก็ได้ไปชุมนุมอ่านแถลงการณ์ที่บริเวณด้านหน้าสถานทูตจีน  โดยระบุว่า  การกักตัวนายโจชัว หว่องไม่ให้เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย เป็นการลิดรอนเสรีภาพ ในการเดินทางและการแสดงออก และคุกคามบุคคลผู้แสดงออกอย่างร้ายแรงและไร้เหตุผล     พร้อมทั้งประณามการกระทำที่เกิดขึ้นว่าเป็นคุกคามสิทธิในการเดินทาง การแสดงออก เป็นสิทธิอันชอบธรรม   และสิ่งที่รัฐบาทไทยกระทำเสมือนเป็นการแบกหน้าความเป็นทาสไปขายหน้าต่อชาวโลกด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน


    สำหรับในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็มีปฏิกิริยาในลักษณะเช่นเดียวกัน  โดย  นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าววิพากษ์วิจารณ์ถึง  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ว่าการไปประกาศบนเวทียูเอ็นเรื่องไทยจะคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยเร็วๆ นี้ เป็นเรื่องสวนทางกับการไม่อนุญาตให้ โจชัว หว่อง เข้าประเทศไทย  และอาจกลายเป็นเรื่องดูแปลกๆ ในสายตาประชาคมโลกในฝั่งที่เป็นประชาธิปไตย และไม่สามารถตอบคำถามสังคมโลกในเรื่องประชาธิปไตยในอนาคตได้

 

      ขณะที่  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว  แสดงควมเห็นว่า  “  กรณี  โจชัว หว่อง ถูกกักตัวที่สุวรรณภูมิ ได้ข่าวว่าไปมาหลายประเทศแล้ว ไทยกลัวอะไรถึงไม่ยอมให้เข้ามา โจชัว หว่อง ขึ้นเครื่องมาไทยแล้วถูกจับ ต้องเป็นข่าวใหญ่แน่นอน แต่ถ้านักสืบไซเบอร์ ไล่จับคนขึ้นเครื่องไปฮาวายได้ ข่าวใหญ่ไม่แพ้กัน

 

    ส่วนนายจักรภพ  เพ็ญแข  แกนนำแดงสยาม  ได้ขึ้นทวิตเตอร์ข้อความประณามการตัดสินใจของรัฐบาลไทยด้วยถ้อยคำที่รุนแรง

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายชัชรินทร์ สุรพัฒน์