งามไส้แล้วไง !?!? "เปรมชัย" จ่อเจอข้อหาเพิ่ม...ดูเอาสิ๊ !คืนวันนั้นทำเสียหายขั้นต่ำ 3 ล้าน !? โดนกับโดน...งานนี้กระอัก (มีคลิป)

Publish 2018-03-22 12:40:19

ในรายการทีนิวส์ สด ลึก จริง 22 มีนาคม 61 ได้นำเสนอข้อมูล กรณี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทยและพวกรวม 4 คน  ในคดีล่าสัตว์ป่าในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก   ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการให้เซ็นรับทราบคดี ขณะที่ประเด็นที่อัยการสั่งให้ประเมินค่าเสียหายคดีทางแพ่งเกี่ยวกับระบบนิเวศ ทางสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ประเมินมูลค่าความเสียหายในอัตราขั้นต่ำ 3 ล้านบาท จะต้องให้อัยการเป็นผู้พิจารณา (ติดตามคลิป)

 

ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าการสอบปากคำในส่วนที่อัยการสั่งให้สอบเพิ่มเติมครบหมดแล้วทั้งนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในส่วนพฤติการณ์นายเปรมชัยและพวกในวันเกิดเหตุ และ เจ้าหน้าที่ไซเตส ซึ่งเหลือเพียงเอกสารรายงานผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ จากกรมอุทยานฯอีก 10เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ซึ่งสั่งการให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนเพิ่มเติมให้อัยการ 

ส่วนประเด็นที่อัยการสั่งให้ประเมินค่าเสียหายคดีทางแพ่งเกี่ยวกับระบบนิเวศ ทางสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ประเมินมูลค่าความเสียหายในอัตราขั้นต่ำ 3 ล้านบาท แต่ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม แต่หากมีก็จะต้องให้อัยการเป็นผู้พิจารณา
 


มีคลิป

 

 

ก่อนหน้านี้นายเปรมชัยและพวกเจอแจ้งข้อหาทั้งหมดรวม 13 ข้อหา ประกอบด้วย 

1.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 36 และมาตรา 53 แห่งพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 
2.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 และมาตรา 47 แห่งพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
3.ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 19 และมาตรา 47 แห่งพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 
4.ร่วมกันพยามยามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 36 และมาตรา 53 แห่งพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 
5.ร่วมกัน ช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งซากของสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำความผิดตามมาตรา 55 แห่งพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
6.ร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามข้อ 1 (1) ของ กฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2538) ออกตามความตามมาตรา 37 แห่งพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 
7.ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 37 แห่งพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
8.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 14 แห่งพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507
9.ความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 
10.ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 เป็นคดีในความรับผิดชอบของตำรวจกองบังคับการปรามปราบการกระทำผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) สืบเนื่องจากการเข้าตรวจค้นนายเปรมชัย พบงาช้างจำนวน 2 คู่ ตรวจสอบเป็นงาช้างจากประเทศแถวแอฟริกา ตำรวจปทส.จึงแจ้งข้อหาดังกล่าว
11.ครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย ผลพวงจากการตรวจค้นบ้านนายเปรมชัย พบอาวุธปืนหลายรายการมี 6 กระบอกที่ไม่มีใบอนุญาต บางกระบอกไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ และเป็นคดีที่ตำรวจปทส.แจ้งข้อหา 
12.พยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน จากการสอบปากคำนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ในฐานะผู้กล่าวหา ระบุว่านายเปรมชัยพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน คดีนี้กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ได้แจ้งข้อหา 
13.ร่วมกันติดสินบนเจ้าพนักงาน


 

 

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นางสาวชนุตรา เพชรมูล

ติดตามข่าวอื่นๆ