เปิดศึก! "ชูวิทย์" เหน็บ "พุทธะอิสระ" ออกจากคุกหวังว่า..นิสัยจะเปลี่ยน?

Publish 2018-08-15 20:06:59



จากกรณี ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์นำสำนวนส่งยื่นฟ้องนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย แกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ อายุ 59 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังหรือกระทำด้วยการใดให้เจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ฯ ให้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายฯ หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309, 310

 



โดยอัยการระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2557 เวลากลางวัน ขณะมีการตั้งเวทีปราศรัยของกลุ่ม กปปส.บริเวณหน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ ถ.แจ้งวัฒนะ โดยมีจำเลยเป็นผู้นำกลุ่มผู้ชุมนุมโดยจำเลยกับกลุ่มบุคคลไม่ทราบชื่อจำนวนมากกว่า 5 คนขึ้นไป ซึ่งทำหน้าที่เป็นการ์ดคอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณเวทีปราศรัยที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้บังอาจร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ร.ต.ต.สมคิด เชยกมล และ ด.ต.วชิรพงศ์ อุ่นนวลบูรพงศ์ ผู้เสียหายที่ 1 - 2 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลที่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เข้าไปสืบสวนหาข่าว โดยใช้กำลังจับผู้เสียหายทั้งสองปิดตา มัดมือไพล่หลัง ใช้กำลังประทุษร้ายเป็นเหตุให้ ร.ต.ต.สมคิด ได้รับอันตรายสาหัส กระดูกซี่โครงหัก  ตับฉีกขาด ใช้เวลารักษาตัวประมาณ 6 สัปดาห์ ส่วน ด.ต.วชิรพงศ์ มีบาดแผลฟกช้ำหลายแห่ง ฟันซ้ายล่างหัก ใช้เวลารักษาตัวประมาณ 10 วัน รวมทั้งทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้งสองมูลค่ารวม 60,900 บาท ถูกประทุษร้ายสูญหายไป

นอกจากนี้ จำเลยกับพวกยังร่วมกันข่มขู่ให้ผู้เสียหายทั้งสองบอกรหัสปลดล็อคโทรศัพท์มือถือ และให้บอกว่า เป็นผู้ใด เข้ามาบริเวณที่ชุมนุมเพื่ออะไร เมื่อไม่ยอมบอกพวกจำเลยก็ใช้กำลังประทุษร้ายและข่มขู่ว่าจะเอาผู้เสียหายทั้งสองไปลอยน้ำ จนผู้เสียหายทั้งสองต้องจำยอมตามที่พวกของจำเลยข่มขู่

โดยจำเลยนี้ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการชุมนุมมีอำนาจสั่งการให้พวกของจำเลยปฏิบัติตามคำสั่งของตนได้ จำเลยทราบว่าพวกของจำเลยได้หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายทั้งสองไว้ แต่กลับเพิกเฉยไม่สั่งให้ปล่อยตัวไป และสั่งให้หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายทั้งสองไว้นานหลายชั่วโมง

เหตุเกิดที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม.ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้ อัยการได้ขอให้ศาลนับโทษจำเลยต่อจากคดีหมายเลขดำ อ.247/2561 (คดีกบฏ กปปส.) ด้วย   โดยศาลพิจารณาคำฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.2498/2561 และให้เบิกตัวจำเลยจากเรือนจำพิเศษมาสอบคำให้การในวันที่ 16 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น.     ต่อมาทนายความของนายสุวิทย์ จำเลย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 2 แสนบาท ระหว่างพิจารณา



โดย ศาลพิจารณาความหนักเบาของข้อหา ประกอบพนักงานอัยการโจทก์ไม่คัดค้านการปล่อยชั่วคราวแล้ว ศาลจึงมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยมีประกันตัวไป โดยตีราคาประกัน 2 แสนบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น.นายสุวิทย์ จะต้องเดินทางมาสอบคำให้การจำเลยที่ศาลอาญา คดีทำร้ายร่างกาย และหน่วงเหนี่ยวกักขังเจ้าหน้าทีตำรวจสันติบาล ที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เพิ่งยื่นฟ้องคดีเข้าม ส่วนคดีปลอมพระปรมาภิไธย นั้น พนักงานสอบสวนยังไม่ส่งสำนวนให้อัยการพิจารณา อัยการจึงยังไม่สามารถฟ้องคดีได้โดย พุทธะอิสระ จะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษ กรุงเทพฯ ในวันนี้ประมาณ 08.00 น.

 

สืบเนื่องจากกรณี คู่รักคู่แค้นอย่าง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ก็ได้มาโพสต์ข้อความถึงกรณีที่ "พุทธะอิสระ" โดนปล่อยตัวโดยระบุ...

 

 

 



เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี