ขอความเป็นธรรม !!สาวถูกทหารคุมตัวสอบ ปมอ้างทหารขู่กรรโชกทรัพย์ กล่าวย้ำ ไม่เคยเรียกเงินหรือแอบอ้างทหาร ไปหาผลประโยชน์

Publish 2017-09-14 16:59:49



วันที่ 14 ก.ย.60 ฝ่ายข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ ได้รับการร้องขอความเป็นธรรม จาก น.ส.สุนันทา ไชยทิพย์ อายุ 45 ปี ที่อยู่ 51/58 ถ.ทหาร แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม.  ว่าได้รับความเดือดร้อน มีผลกระทบจากการนำเสนอข่าว จากสำนักข่าว ว่าตนเป็นแก๊งค์ต้มตุ๋น หลอกเอาเงิน 25,000 บาท จากชาวบ้าน อ้างว่าเป็นเงินที่ใช้วิ่งเคลียร์เจ้าหน้าที่ทหาร ไม่ให้เข้าจับกุมต้นกระท่อม  โดยมีเนื้อหารายละเอียดข่าวที่เผยแพร่  

 

วันที่ 2 ส.ค. 2560 เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา (1 ส.ค.) พ.อ.ธวัชชัย ทัพทิมสงวน หัวหน้า ฝ่ายสืบสวนสอบสวน กองทัพภาคที่ 4 และ พ.ท.นุกูล ดำสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายข่าว บก.ควบคุม มทบ.41 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในท้องที่ อ.ลานสกา และ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งอ้างว่าเป็นผู้สื่อข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราช ปฏิบัติหน้าที่ด้านการข่าวสายทหารมาแจ้งว่าทางหน่วยปฏิบัติการพิเศษของทหาร มทบ. 41 ค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่ 4 นำโดย พ.ต.ยุทธนา รักษาชล หัวหน้าชุด จะนำลังทหารบุกเข้าตรวจค้นจับกุมที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.นบพิตำ ที่ปลูกพืชกระท่อมไว้บริเวณบ้าน หากไม่อยากถูกจับกุมขอให้จ่ายเงิน 100,000 บาทแล้วตัวเองจะคุยกับ พ.ต.ยุทธนา หัวหน้าชุดให้ จากนั้นจึงทำทีว่าพุดคุยโทรศัพท์กับ พ.ต.ยุทธนา ก่อนจะอ้างว่าหากไม่ยอมจ่ายเงินตามที่เรียกร้องจะนำกำบังทหารบุกเข้าตรวจค้นจับกุมทันที จึงมีการต่อรองจ่ายเงินกันที่ 25,000 บาท



โดยก่อนหน้านี้ผู้หญิงคนเดียวกันนี้อ้างว่าสามารถฝากเข้าทำงานในกองทัพภาคที่ 4 ได้และเรียกเงินค่าดำเนินการไปแล้ว 25,000 บาท เกรงว่าผู้หญิงคนดังกล่าวจะเป็นแก๊งต้มตุ๋น จึงขอให้ช่วยตรวจสอบให้ด้วย จึงสั่งการให้ พ.ท.นุกูล ดำสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายข่าว บก.ควบคุม มทบ.41 ตรวจสอบรายชื่อนายทหารที่ชื่อ พ.ต. ยุทธนา รักษาชล แต่ไม่พบว่ามีนายทหารชื่อดังกล่าวในสังกัดกองทัพบกแต่อย่างใด จึงวางแผนจับกุมหญิงสาวที่อ้างเป็นนักข่าวสายทหาร โดยแจ้งให้มารับเงินจำนวน 25,000 บาทที่บ้านหลังดังกล่าว ในขณะที่ พ.ท.นุกูล ดำสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายข่าว บก.ควบคุม มทบ.41 ได้นำกำลังทหาร จากกองร้อย รส.มทบ.41 เดินทางไปดักซุ่มรอสังเกตการณ์ จนกระทั้งผู้หญิงคนดังกล่าวนำเดินทางไปรับมอบเงินจำนวนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย จึงกรูกันเข้าควบคุมตัวเอาไว้ได้ พร้อมเงินสดของกลาง จากนั้นจึงนำตัวมาสอบสวนที่กองร้อย รส.มทบ.41 ทราบชื่อนางสุนันทา (ขอสงวนนามสกุล) มีภูมิลำเนาอยู่ อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช

อย่างไรก็ตามหญิงสาวคนดังกล่าวให้การภาคเสธโดยอ้างว่ารู้จักกับครอบครัวของผู้เสียหายเป็นอย่างดี และติดต่อฝากงานให้จริงแต่ทางกองทัพยังไม่เรียกตัวเข้าทำงานก็ขอจ่ายเงิน 20,000 บาทคืนให้กับครอบครัวของผู้เสียหาย รวมทั้งเงินจำนวน 25,000 บาทที่เพิ่งรับมาจากผู้เสียหายก็จะคืนให้ด้วย ในเบื้องต้นทางผู้เสียหายยังไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนทางเจ้าหน้าที่ทหารจึงปล่อยตัวหญิงสาวคนดังกล่าวไปชั่วคราว แต่หากผู้เสียหายติดใจเอาความสามารถเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราชได้ ทางตำรวจและทหารก็จะติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



หลังจากที่ ได้มีการเผยแพร่ข่าวไปแล้ว เกิดความเข้าใจผิดพลาดในหลายเรื่อง ส่งผลให้เกิดความเสียหาย ทาง น.ส.สุนันทา ไชยทิพย์ จึงได้เดินทางนำข้อมูลมาชี้แจง ต่อสำนักข่าวทีนิวส์ ว่า  เรื่องดังกล่าวนั้นเป็นความเข้าใจผิด เพราะ เมื่อประมาณวันที่ 25 ก.ค.60  ตนได้ให้ นางกิติยา โอลาล้ำ ชุมชนโรงเหล็ก ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นญาติของเพื่อนที่รู้จักกัน ยืมเงินไปจำนวน 30,000 บาท และได้มีการทวงเงินคืนตลอด   และด้วยความที่ตนเป็นคนใจบุญ รักพี่น้อง พอทราบว่าที่บ้าน น.ส.สุนันทา มีต้นกระท่อมอยู่จำนวน 3 ต้น และตนเห็นว่า ผิดกฎหมาย จึงได้เตือนและบอกให้โค่นต้นทิ้งเสีย  กลัวตำรวจทหารจะเข้าจับกุม

จนกระทั่งวันที่  1 ส.ค.60 เวลา 22.00 น. นางกิติยา ได้โทรศัพท์มาให้ตน เข้ามาเอาเงินจำนวน 25,000 บาท ซึงพอตนได้เงิน ก็ถูกเจ้าหน้าที่ทหารแสดงตน และควบคมตัวมาที่ บก.มทบ.41 ทันที ซึ่งตนมาทราบทีหลังว่า ที่เชิญตนมาสอบถามนั้น เนื่องจาก นางกิติยา ได้ทำหนังสือร้องเรียนตน มายังทหาร กล่าวหาว่าเป็นแก๊งต้มตุ๋น หลอกลวง ทั้งที่จริงตนแค่มารับเงินที่ยืมไป เท่านั้น

สุดท้ายแล้ว หากตนทำผิดจริง ทำไมเจ้าหน้าที่ทหาร จึงปล่อยตนกลับบ้าน ซึ่งตนจึงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับตนด้วย   ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่หาว่าตนเรียกรับเงิน 2 หมื่นบาท เป็นค่าฝากคนเข้าทำงานนั้น ตนได้รับหมายเรียก สภ.นบพิตำแล้ว ก็พร้อมจะไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ที่นั่น

 

ผู้สื่อข่าว โทรศัพท์ สอบถามนายระเบียบ กระชังแก้ว ซึ่งเป็นคนขับรถพาน.ส.สุนันทา ไปรับเงิน ก็ยืนยันว่า น.ส.สุนันทา ชักชวนให้ตนขับรถพาไปรับเงินที่บ้าน นางกิติยา หน่อย ตนก็ขับรถพาไป และถูกเชิญตัวไปที่ ค่ายมทบ.41 ด้วย  ซึ่งในเหตุการณ์ ก็เป็นการขอคืนเงินยืมกัน ไม่พบมีสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด แล้วทหารก็ปล่อยตัวกลับบ้าน

ส่วนบทสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร ก็คงต้องติดตามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.นบพิตำ ที่ได้รับแจ้งความคดีหลอกลวงเข้าทำงาน โดยเรียกรับเงิน 2 หมื่นบาท อีกครั้ง

 

 

ข่าว/ภาพ ทีมข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์

 


เรียบเรียงโดย

อุดร แสงอรุณ : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News