อวสาน “เรือเหาะ” 8 ปีซื้อมา ใช้ไม่ได้ ซ้ำยังเคยตกตอน "ยิ่งลักษณ์" ลงใต้

Publish 2017-09-14 15:34:50



    เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2560 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) เปิดเผยว่า เรือเหาะตรวจการ ซึ่งได้จัดซื้อเมื่อสมัยที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) เพื่อบินตรวจการรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ได้หมดเวลาการใช้งานลงแล้ว เนื่องจากตัวบอลลูนหมดอายุการงาน ส่วนอุปกรณ์อื่นๆที่ยังสามารถใช้งานได้ เช่น กล้องตรวจการ ทางกองทัพบก(ทบ.)จะพิจารณานำไปดัดแปรงใช้งานอย่างอื่นแทน 

 

 

 



       ทั้งนี้ เมื่อ 8 ปีที่แล้วคือ พ.ศ. 2552 รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จัดซื้อเรือเหาะ รุ่น Aeros 40D S/N 21 หรือ สกาย ดรากอน (SKY DRAGON) จาก บริษัทเอเรีย  อินเตอร์เนชันแนล คูเปอเรชัน (Arial International Cooperation) ซึ่งผลิตโดยบริษัท บริษัท เวิลด์วาย แอร์โรว์ คอร์ป( Worldwide Aeros Corp) ประเทศสหรัฐอเมริกา มูลค่าสูงถึง 350 ล้านบาท โดยการส่งซื้อนั้นได้ผ่านกรมขนส่งทหารบก(ขส.ทบ.) และกรมส่งกำลังบำรุง ทั้งนี้ เมื่อเรือเหาะส่งมาถึงไทย กลับยังใช้งานไม่ได้ เพราะปรากฏว่ากล้องตรวจการนั้น ส่งมาช้ากว่าตัวเรือเหาะเป็นเวลานานถึง 6 เดือน 

จากนั้นเดือนธันวาคม 2552 เรือเหาะเข้าประจำการ ที่โรงจอดภายในหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กองพลทหารราบที่ 15 อย่างเป็นทางการ ก่อนที่เดือนมกราคม 2553 กองทัพจะกำหนดให้มีวันเริ่มนำเรือเหาะขึ้นปฏิบัติการเป็นครั้งแรก แต่ประสบปัญหาทางเทคนิค ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงยังไม่มีการลงนามรับมอบอย่างเป็นทางการจากบริษัทผู้ผลิต 

จากนั้นเดือนมีนาคม 2553 มีการทดสอบการใช้งานของเรือเหาะอีกครั้ง โดยครั้งนั้นกองทัพบก ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์ ซึ่งจากผลการทดสอบปรากฎว่ายังพบปัญหาหลายอย่าง แต่กองทัพยังไม่ลดละ เพราะหลังจากนั้นก็ได้มีการทดสอบการใช้งานมาโดยตลอด จนเดือนพฤษภาคม 2553 ที่คณะกรรมการ จึงเห็นชอบเซ็นรับมอบเรือเหาะอย่างเป็นทางการ

แต่แล้วเรือเหาะตรวจการก็ไม่เคยใช้งานได้จริง เพราะที่ผ่านมามีเพียงการตรวจสอบการใช้งานและซ่อมบำรุง อีกทั้งยังมีครหาเรื่องความโปร่งใส่ในการจัดซื้อ เพราะคุณสมบัติของเรือเหาะนั้น ไม่เป็นไปตามการใช้งานจริง และบริษัทผู้ผลิตก็ไม่ได้รับผิดชอบในส่วนของความเสียหาย ขณะเดียวกัน ในเวลาต่อมาก็พบว่าเรือเหาะมีรอยรั่วอยู่หลายจุด ขณะที่กล้อง ก็ไม่สามารถใช้งานอย่างมีประสิทธิ์ภาพเท่าที่ควร

ผ่านไป 2 ปี เรือเหาะก็ยังไม่สามารถใช้การได้ โดยกองทัพบกต้องใช้เงินถึงเดือนละ 3 แสนบาท เพื่อเติมก๊าซให้เรือเหาะคงรูป แล้วจอดไว้ในโรงเก็บ และในสมัยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น ผบ.ทบ. กองทักบกได้อนุมัติงบกว่า 50 ล้านบาท ซ่อมแซมปรับปรุงแก้ไขเรือเหาะให้สามารถใช้งานได้

 

 



เดือนธันวาคม 2555 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อติดตามสถานการณ์ความไม่สงบ โดยกองทักบก ได้ใช้เรือเหาะบินตรวจการรักษาความปลอดภัย

โดยขณะนำขึ้นด้วยความสูงเพียง 15 เมตร ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ปรากฏว่าลมพัดแรง ส่งผลให้เรือเหาะตก อุปกรณ์ภายในเสียหายหมด ยกเว้นตัวเรือ ยังดีที่ผู้ควบคุมเรือกระโดดลงทัน จึงไม่เป็นอันตราย

การจัดซื้อเรือเหาะโดยกองทัพบก ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวโจมตี พล.อ.อนุพงษ์ และกองทัพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในการชุมนุมทางการเมืองในปี 2553 ที่แกนนำ นปช.หยิบยกขึ้นมาโจมตี พล.อ.อนุพงษ์ ไม่เว้นแต่ละวัน และด้วยเหตุที่ซื้อมาแล้วกลับไม่สามารถใช้งานได้จริง พร้อมกับมีครหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ปมการจัดซื้อเรือเหาะนี้ จึงเป็นจุดอ่อนของกองทัพเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

 

 

 


เรียบเรียงโดย

แสน มวลมิตร : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News