กราบสาธุ!! หลวงปู่ตื้อ เทศน์สอนผีตายทั้งกลม เมื่อวิญญาณผีสาวกล้าล่วงเกินต่อพระภิกษุผู้ทรงศีล..เหตุเพราะอยากให้หลวงปู่แหวนไปอยู่ด้วย !!

Publish 2017-09-14 14:42:20



              เหตุการณ์เผชิญวิญญาณ ซึ่งเป็นประสบการณ์ธุดงค์ของ หลวงปู่ตื้อและหลวงปู่แหวนที่จะนำมาแสดงครั้งนี้ เกิดขึ้นคราวที่ท่านทั้งสองจาริกธุดงค์ ไปยังประเทศลาวและพม่ากระทั่งกลับคืนสู่ประเทศไทยทาง "กอกะเรก" เข้ามายังอำเภอแม่สอดจังหวัดตาก เมื่อถึงแผ่นดินไทยแล้วท่านก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากทราบข่าวว่าท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต อยู่ที่เชียงใหม่ เส้นทางซึ่งหลวงปู่ทั้งสองจาริกไปนั้นผ่านป่ามาโดยตลอดไม่พบหมู่บ้านหรือผู้คนสัญจร แม้แต่คนเดียว ระหว่างทางพบศาลาเก่าๆ หลังหนึ่งปลูกสร้างอยู่กลางป่า แสดงว่าคงมีหมู่บ้านไม่ไกลนัก ศาลาแห่งนี้ชาวบ้านคงปลูกสร้างไว้เพื่อให้เป็นที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทาง



          หลวงปู่ตื้อกับหลวงปู่แหวนตกลงพักอยู่ที่ศาลานี้โดยแขวนกลดไว้ตรงมุมศาลาคนละฟาก คืนนั้นผ่านไปโดยปกติ เช้ารุ่งขึ้นท่านทั้งสองก็ออกโคจรบิณฑบาตไปที่หมู่บ้าน ได้อาหารกลับมาที่ศาลาแล้ว พอวางบาตรลงเท่านั้น ก็เกิดเรื่องทันที หลวงปู่แหวนซึ่งนั่งอยู่บนพื้นศาลา พลันมีกิริยาอาการผิดปกติขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ท่านเอนตัวไปข้างหน้า เอามือสองข้างยันพื้นกระดานไว้ ขากรรไกรแข็ง น้ำลายไหลยือ หน้าท้องก็แข็งไปหมด หลวงปู่ตื้อเห็นตอนแรกคิดว่าเพื่อน สหธรรมมิกเป็นลม จึงถามไปว่า "ท่านแหวนเป็นอะไร"    

         หลวงปู่แหวนไม่ตอบ ได้แต่นั่งตัวแข็ง น้ำลายไหลไม่หยุด คราวนี้หลวงปู่ตื้อ ฉุกคิดสงสัยขึ้นมาว่าคงไม่ได้การแน่ ท่านจึงฉุกคิดสงสัยขึ้นมาว่าคงไม่ได้การแน่ ท่านจึงกำหนดจิตเข้าสมาธิพิจารณาดูก็รู้ว่ามีผีบังอาจกระทำฤทธิ์กับหลวงปู่แหวน เมื่อถอนจิตออกจากสมาธิแล้วหลวงปู่ตื้อยังไม่รู้จะกำราบปราบผีด้วยวิธีไหน เนื่องจากขณะนั้นท่านกับหลวงปู่แหวนยังฝึกจิต ไม่ถึงขึ้นมีอำนาจกล้าแข็งเท่าไหร่ วิชาอาคมอะไรก็ไม่ได้เรียนมา แต่จะให้หลวงปู่ตื้อยอมพ่ายแพ้ต่อฤทธิ์อำนาจภูตผี วิญญาณง่ายๆ ย่อมมิใช่วิสัยของท่าน จากนั้นหลวงปู่จึงข่มขู่ด่าว่าผีที่กำลังกระทำต่อหลวงปู่แหวนไม่ยั้ง แต่ผีมันไม่กลัวท่านเอาเสียเลย หลวงปู่ตื้อต้องหาอุบายใหม่ จัดแจงหอบ ใบไม้แห้งมากองไว้แล้วจุดไฟ พอไฟลุกท่านก็เอาก้อนดินแห้งใส่เข้าไป เผาจนร้อน แล้วเอาไม้มาทำเป็น ไม้หนีบคีบดินร้อนๆ ขึ้นมา พลางขู่ผีเสียงดังลั่นว่า

"คราวนี้ ถ้าเจ้าไม่ออกจากร่างพระสงฆ์องค์เจ้า ไม่เกรงกลัวบาปกรรมละก้อเราจะเผาเจ้า" 

ยื่นไม้หนีบก้อนดินร้อนฉ่าไปใกล้ๆ หน้าหลวงปู่แหวนเพื่อนข่มขู่ผีที่เข้าสิงท่าน แต่ผีมันยังไม่กลัวอีก ขัดใจขึ้นมาหลวงปู่ตื้อไม่คิดแค่ขู่แล้ว หากเอาจริงๆ

"หากเจ้าไม่ออก เราจะเผาเจ้าด้วยดินนี่ให้ดู"  ว่าแล้วหลวงปู่ตื้อก็เอาดินเผาไฟร้อนฉ่าวางลงบนศรีษะหลวงปู่แหวนจริงๆผีเจอเข้าแบบนี้มันถึงกับยอมออกไป หลวงปู่แหวนจึงกระดุกกระดิกได้ เมื่อรู้ตัวเป็นปกติแล้วหลวงปู่แหวนบอกแก่เพื่อนสหธรรมมิกของท่านสั้นๆ ว่า " มันเอาผมตายจริงๆ นะ ท่านตื้อ"
    
          เช้าวันนั้น หลังจากฉันเสร็จ ล้างบาตรเรียบร้อยแล้ว หลวงปู่แหวนเก็บอัฐบริขารเพื่อออกจาริกต่อไป แต่หลวงปู่ตื้อไม่ยอมไป ท่านบอกกับหลวงปู่แหวนว่า
   

 "ท่านแหวนไปรอข้างหน้านะ ผมจะจัดการกับผีตนนี้สักหน่อย"    
 

         หลวงปู่แหวนไม่ยอมอยู่ด้วย เก็บอัฐบริขารเสร็จก็เดินล่วงหน้าไปเพียงลำพัง ปล่อยให้หลวงปู่ตื้อรับมือกับผี ที่ศาลากลางป่าเพียงรูปเดียว ตลอดวันนั้นหลวงปู่ตื้อนั่งเจริญสมาธิ เดินจงกรมอยู่ศาลา กลางป่าเป็นปกติ กระทั่งเวลาล่วงเข้าสายัณห์สมัย ท่านก็ทำวัตรสวดมนต์อันเป็นกิจของสงฆ์ จากนั้นจึงเข้าที่ภาวนาภายในกลด กำหนดจิตเข้าสู่สมาธิตามลำดับ เมื่อ จิตรวมเป็นหนึ่งเดียวก็บังเกิดแสงโอภาสสว่างไสวไปทั่ว ขณะอยู่ในสมาธิได้เกิดนิมิตเป็นผีผู้หญิงผุดขึ้นมาเบื้องหน้า  และผีตนนั้นก็ดิ่งเข้ามาหาหลวงปู่ตื้อด้วยกิริยาไม่น่าไว้วางใจ วิสัยของหลวงปู่ตื้อท่านไม่เคยหวาดหวั่นพรั่นพรึงต่อสิ่งใดอยู่แล้ว    

         เมื่อเห็นผีตรงรี่เข้ามาหาท่านจึงเพิ่งจิตเข้าหยุดมันให้ชะงักงัน แล้วท่านก็ถามว่า

"เจ้ามาจากไหน จึงกล้าล่วงเกินต่อพระภิกษุผู้ทรงศีล" 

ผีนางนั้นตอบว่า "ฉันตายทั้งกลม ลูกตายทั้งกลม ลูกตายในท้อง เขาเอามาฝังไว้ที่นี่"  หลวงปู่ตื้อถามอีกว่า "เจ้าใช่ไหมที่กระทำต่อพระภิกษุ" ผีก็รับว่า "ใช่"
    
       ท่านถามต่อไปอีกว่า " ทำไมบังอาจกระทำเช่นนั้น ไม่รู้หรือว่าเป็นบาปกรรม" ผีตอบว่า "ฉันชอบพระรูปนั้น ท่านสวยดี ฉันจะเอาพระรูปนั้นไปเป็นผัว"
หลวงปู่ตื้อได้ฟังแล้วก็เกิดความสลดสังเวช พิจารณาเห็นภัยแห่งกามกิเลส ซึ่งร้อยรัดมัดตรึงจิตใจของสัตว์โลกให้ตกต่ำมืดอยู่กับดำกฤษณา ไม่รู้ดีรู้ชั่วถึงเพียงนี้ ดูเช่นผีตายทั้งกลมนางนี้เอาเถิด ขนาดตายไปผุดเกิดอยู่ในภูมิอัน เป็นทุกข์ ก็ยังไม่วายจะเกิดอารมณ์ปฎิพัทธ์รักใคร่พระภิกษุที่ตนพึงใจอย่างหน้ามืดตามัว ไม่กลัวบาปกรรมใดๆ ทั้งสิ้น

     



 

      หลวงปู่ตื้อเห็นนางผีมีอกุศลเช่น ท่านจึงว่ากล่าวให้รู้ว่าเจตนา และการกระทำของมัน ที่ล่วงเกินพระภิกษุผู้กำลังบำเพ็ญสมณธรรม เพื่อการหลุดพ้นจากสังสารวัฎเช่นนี้เป็นบาปกรรมอันหนักยิ่ง ตนเองเป็นผีเป็นเปรตได้รับทุกขเวทนาสาหัสอยู่แล้วยังอยากจะตกนรกหมกไหม้ หนักเข้าไปกว่าเดิมอีกหรือ   

        หลังจากชี้แจงแสดงเหตุผลให้เห็นถึงบาปบุญคุณโทษแล้ว หลวงปู่ตื้อก็ให้ผีตายทั้งกลมรับศีลไปปฎิบัติรักษา เพื่อจะได้มีโอกาสไปผุดเกิดในภพภูมิอันประเสริฐยิ่งกว่าที่เป็นอยู่นี่ละ คือ หลวงปู่ตื้อ แม้แต่ผีท่านก็ยังให้รับศีลจนได้ ผีตายทั้งกลมนางนั้นหลังจากได้รับการอบรมจากหลวงปู่ตื้อ มิจฉาทิฐิก็ผ่อนคลายลง เริ่มรู้ดีรู้ชั่วมากข้นกว่าเดิม ผีสารภาพว่าไม่รู้หลวงปู่แหวนเป็นพระภิกษุ เห็นท่านสวย ผิวขาวผ่องใส ก็เกิดนึกรักอยากจะให้มาอยู่ด้วยกัน แสดงว่าขณะที่ผีตนนั้นเป็นมนุษย์ คงไม่รู้จักพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เป็นคนบ้านป่าถิ่นเถื่อนห่างไกลความเจริญอย่างแท้จริง    

        หลวงปู่ตื้อพักอยู่ที่ศาลาแห่ง นี้ เป็นเวลา ๑ เดือนเต็มๆ ตลอดระยะเวลาเหล่านั้นท่านแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลให้ผีตายทั้งกลมสม่ำเสมอ และสอนนางผีตนนั้น    
ให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ กระทั่งจิตวิญญาณอ่อนโยนลง ครั้นเห็นผีเกิดกุศลความดีขึ้นในจิตพอสมควรแล้วจึงสั่งสอนเป็นครั้งสุดท้ายว่า

"ตั้งแต่นี้ต่อไป เจ้าจงอย่างกระทำล่วงเกินพระธุดงค์ที่จาริกผ่านมาเป็นอันขาด เห็นท่านพบท่านจงอนุโมทนาสงเคราะห์ทุกรูป ทุกองค์ไป"
    
       จากนั้นหลวงปู่ตื้อก็เก็บอัฐบริขารจาริกออกจากศาลากลางป่าติดตามหลวงปู่แหวนไปที่เชียงใหม่ เมื่อพบหลวงปู่แหวนแล้วท่านทั้งสองพากันไปกราบนมัสการพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ซึ่งขณะนั้นจำพรรษาอยู่ที่เชียงใหม่ และถวายตัวเป็นศิษย์ท่านตั้งแต่บัดนั้น

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.sookjai.com

                          http://agaligohome.fx.gs/index.php?topic=906.0


เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News