ไหนว่าจะฟื้นฟูป่า!!ชาวบ้านแฉ ตั้งแต่ บ.กระทิงแดงมาสร้างโรงงาน ป่าหายไปเยอะ สิ่งแวดล้อมโดนทำลาย ต้นไม้โดนขุด น้ำขุ่นจนชาวบ้านไม่กล้าดื่มกิน ม

Publish 2017-09-14 07:36:30



หลังจากที่ทางด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเซ็นอนุมัติยกป่าชุมชนในที่สาธารณะห้วยเม็ก 31 ไร่ใน อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ให้กับ บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 ว่า เรื่องการขอใช้ที่ดินสาธารณะประโยชน์ สามารถขอได้โดยขอใช้ได้ตามระเบียบ 5 ปี แต่หากมีการทำผิดเงื่อนไข ก็สามารถเพิกถอนได้ในทันที ซึ่งกระบวนการขอใช้พื้นที่จะต้องทำประชาคมจากประชาชน แล้วส่งเรื่องมายังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จึงสู่งไปยังทางด้านคณะกรรมการจังหวัด และส่งเรื่อง ไปยังกรมที่ดิน ก่อนที่จะเสนอมายังกระทรวงมหาดไทย



โดยทางด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ยืนยันว่าการดำเนินการตามกระบวนการเหล่านี้ถูกต้องตามขั้นตอน ซึ่งหากพบใครทำผิดไม่ว่าเจ้าหน้าที่ระดับใดก็ต้องลงโทษ พร้อมกับยืนยันว่า ช่วงดึกของวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ทั้งคืนพบว่า มีประชาชนเห็นคัดค้านกับเรื่องดังกล่าว แต่เหตุใดไม่มีเอกสารที่ประชาชนคัดค้านส่งขึ้นมา ซึ่งได้ส่งรองอธิบดีกรมที่ดินลงไปตรวจสอบในพื้นที่แล้วและหากพบว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขจะต้องดำเนินการยกเลิกการขอใช้พื้นที่ดังกล่าวโดยทันที และต้องดำเนินการหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ อย่างไรก็ตามได้สั่งตรวจสอบให้แล้วเสร็จใน 15 วัน ซึ่งขณะนี้กรมที่ดินได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว
 รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย ยังได้พูดถึงกรณีที่มีความเป็นห่วงกันเรื่องป่าชุมชน ยืนยันว่าเป็นคนละแปลงกัน แต่ห่างกันประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งที่ดินตรงนั้นไม่มีการขออนุญาตใช้ ส่วนกรณีที่มีการปิดถนนเพื่อใช้เป็นเส้นทางส่วนตัว สามารถไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้เพราะไม่มีใครสามารถปิดถนนหลวงได้ อย่างไรก็ตามขอย้ำอีกครั้งว่าหากใครใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่ออะไรก็แล้วแต่ และหากมีการทุจริตใครทำผิดจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย
ขณะที่ทางด้าน นายประทีป กีรติเรขา อธิบดีกรมที่ดิน ได้กล่าวชี้แจงเรื่องดังกล่าวจากกรณีมีข้อสังเกต ว่า ห้วยเม็กและลำห้วยคุมมุมเป็นต้นน้ำของลำน้ำพองนั้น กรมที่ดินได้ประสานงานกับ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่นเพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วปรากฏว่าที่สาธารณประโยชน์ห้วยเม็ก บริเวณที่บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ได้รับอนุญาตฯ เดิมชาวบ้านเรียกว่าฮอมเม็ก เนื้อที่ 31-2-63ไร่ ตั้งอยู่ หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ลักษณะมีไม้เบญจพรรณ ในฤดูแล้งจะมีสภาพแห้งแล้ง ในฤดูฝนจะมีน้ำฝนขังในบริเวณที่ลุ่มต่ำประมาณ 1 - 3 ไร่ ห้วยเม็กสาธารณประโยชน์ไม่มีลักษณะทางน้ำสาธารณะไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำบางส่วนมีลักษณะเป็นหนองน้ำกักเก็บในฤดูฝน สำหรับลำห้วยคุมมุมนั้นจะไหลผ่านป่าชุมชนป่าช้าสาธารณประโยชน์บ้านหนองแต้ หมู่ที่ 5 ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่ได้มีการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดิน
 
นอกจากนั้นอธิบดีกรมที่ดิน ยังได้ชี้แจงในกรณีที่ว่า กระทรวงมหาดไทยมอบหรือยกที่ดินสาธารณะให้บริษัทเอกชนนั้น เป็นการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เป็นการชั่วคราวไม่เกิน 5 ปี และต้องปฏิบัติตามวัตถุประสงค์การขอใช้และที่ได้รับอนุญาตเป็นที่เก็บกักเก็บน้ำเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการและฟื้นฟูรักษาให้เป็นสภาพป่าที่สมบูรณ์ต่อไป รวมทั้งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ต้องไม่กระทำให้พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตและบริเวณที่ติดต่อให้เสียสภาพ ต้องระมัดระวังมิให้เกิดอันตรายหรือเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการ ต้องบำรุงรักษาเส้นทางที่ทำการประกอบกิจการในที่ดินของรัฐ ก่อนที่จะสิ้นสุดใบอนุญาตต้องดำเนินการปรับปรุงพื้นที่และสภาพแวดล้อมบริเวณโดยรอบ และทางผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นสามารถพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตได้ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาต ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2543 ข้อ 41 ได้อีกด้วย
 
ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2560 นั้น ทางด้าน นายประทีป กีรติเรขา อธิบดีกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารที่กระทรวงมหาดไทยเซ็นยกป่าชุมชนในที่สาธารณะห้วยเม็ก 31 ไร่ใน อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ให้กับบริษัทกลุ่มกระทิงแดงว่า การอนุญาตดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายครบถ้วนถูกต้องตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2543 และที่ผ่านมา
โดยทางด้าน บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ดีเวลลอปเมนท์ (กระทิงแดง) จำกัด ได้ยื่นขอนุญาตประกอบกิจการในที่ดินแปลงห้วยเม็กสาธารณประโยชน์ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ ขก 2321 หมู่ที่ 6 ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ. ขอนแก่น เนื้อที่ประมาณ 31-2-63 ไร่นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่เก็บกักน้ำสำหรับประกอบกิจการอุตสาหกรรมผลิตน้ำดื่มและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นลักษณะแหล่งน้ำตามวัตถุประสงค์เดิมของที่สาธารณประโยชน์ ทางจังหวัดขอนแก่นได้รายงานข้อเท็จจริงว่าได้ปฏิบัติตามรูปแบบ ขั้นตอน และวิธีการ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2543 ครบถ้วนแล้ว ได้ข้อสรุปคือสภาพที่ดินแห้งแล้ง ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ปัจจุบันราษฎร ไม่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันแล้ว ไม่มีทรัพยากรอันมีค่าในที่ดิน โดยทาง อบต.บ้านดงและชาวบ้านในพื้นที่ ได้มีการประชุมลงมติเห็นชอบให้บริษัทเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณะห้วยเม็กได้ โดยไม่มีการคัดค้าน

ในขณะนั้นนายไพบูลย์ บุญลา ประธานสภาองค์กรชุมชน ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ได้ให้ข้อมูลว่า สภาองค์กรชุมชนบ้านดง ได้รับเอกสารของทางราชการโดยกระทรวงมหาดไทย ระบุเนื้อหาเกี่ยวกับบริษัทเคทีดี พร็อบเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ได้ขออนุญาตประกอบกิจการในที่ดินของรัฐในพื้นที่ตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็ก ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 6 บ้านหนองแต้ ต.หนองแต้ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

และชาวบ้านได้ทำหนังสือคัดค้านการดำเนินการ และการปิดเส้นทางเดิมผ่านนายอำเภออุบลรัตน์ โดยให้เหตุผลว่า เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางดั้งเดิมที่ชาวบ้านใช้สัญจรเพื่อทำไร่นา ทำการเกษตรหาเลี้ยงชีพเป็นประจำ
ที่ผ่านมานั้นทางบริษัทฯ ดังกล่าวได้กว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ใกล้เคียงในลักษณะปิดล้อมพื้นที่ป่าโคกห้วยเม็ก และเป็นการปิดล้อมพื้นที่ทำการเกษตรของเกษตรกรบางราย เพื่อประสงค์จะเช่าพื้นที่ป่าห้วยเม็กประกอบกิจการ และเชื่อมต่อระบบท่อบำบัดน้ำเสีย

ชาวบ้านจึงได้ยื่นหนังสือคัดค้าน แต่ไม่ปรากฏว่ามีการแก้ไขปัญหา และยังพบว่าแผนผังสร้างโรงงานรุกล้ำเข้ามายังพื้นที่ที่สาธารณะ รวมทั้งยังมีการแผ้วถางปรับพื้นที่ป่าบางส่วน โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดงได้เสนอแนะต่อผู้นำท้องที่ ผู้บริหาร อปท. ด้วยวาจาหลายครั้งแต่ยังไม่มีแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม

ที่ผ่านมาชาวบ้านไม่เคยเห็นด้วย เนื่องจากเป็นพื้นที่ดังกล่าวนั้นชาวบ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านได้กันไว้เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการเลี้ยงสัตว์ หาของป่าและอาหารพื้นบ้านตามฤดูกาลโดยได้สร้างกติกาในการใช้พื้นที่ป่าแห่งนี้รวมทั้งร่วมกันรักษาปกป้องการบุกรุกมาตั้งแต่ราวปี พ.ศ.2500


เมื่อ พ.ศ. 2555 ได้มีการเข้าไปกว้านซื้อที่ดินรอบ ๆ ป่า เพื่อเสนอให้บริษัทกระทิงแดงจัดตั้งโรงงานผลิตเครื่องดื่มบรรจุขวด และปลายปี 2558 ชาวบ้านได้ทราบข่าวว่า ทางบริษัทกระทิงแดง จะทำการขอเช่าพื้นที่สาธารณะเพื่อใช้เป็นพื้นที่โรงงาน และจะมีการปิดเส้นทางสาธารณะบางส่วนซึ่งจะเริ่มก่อสร้างโรงงานในปี พ.ศ. 2559 และชาวบ้านได้ร้องไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้ตรวจสอบ แต่ทว่าเรื่องก็เงียบหายไป ปรากฏเป็นข่าวอีกครั้งคือมีการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวกันไปเรียบร้อยแล้ว

 



ขณะที่เมื่อวันที่ 12 กันยายน ทางผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวทีนิวส์ ได้ลงพื้นที่บ้านหนองแต้ หมู่ 6 ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นที่ตั้งของป่าชุมชนป่าห้วยเม็ก โดยมีตัวแทนกรรมการหมู่บ้านได้พาชมป่าที่อ้างว่าแห้งแล้งโดยความจริงแล้วสภาพป่ายังมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้นานาชนิดซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้ประดู่ โดยตัวแทนกรรมการหมู่บ้านได้ให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าวทีนิวส์ว่าหลังจากที่ชาวบ้านได้ทราบข่าวว่ากำลังจะสูญเสียป่าแห่งนี้ต่างก็ไม่พอใจและเสียดายเพราะเป็นที่รักที่หวงแหนของชาวบ้าน เป็นที่ทำมาหากินของชาวบ้านอีกทั้งยังเป็นป่าต้นน้ำ ซึ่งได้รักษามาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ซึ่งเมื่อชาวบ้านได้ทราบว่าบริษัทของกระทิงแดงขอใช้พื้นที่ตรงนี้ชาวบ้านก็ไม่สบายใจจึงได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐต่างๆทั้ง อบต. อำเภอ จังหวัดตลอดไปจนถึงสำนักนายกฯ เพื่อให้ตรวจสอบแนวเขตที่ชัดเจน และชี้แจงเกี่ยวกับการที่จะยกผืนป่าให้กับ บ.กระทิงแดง เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องการทำประชาคม ตัวแทนกรรมการกล่าวว่า ไม่มีการทำประชาคม ไม่ว่าจะเป็นทาง อบต. หรือทางอำเภอ มีเพียงก่อนหน้าเมื่อ ปี 2558 ทาง อบต.ได้ประชุมชาวบ้านในตอนกลางคืนว่า บ.กระทิงแดงจะได้มาก่อสร้างในพื้นที่แต่ไม่ได้แจ้งว่าเป็นพื้นที่ป่าชุมชนห้วยเม็ก โดยได้สอบความเห็นจากชาวบ้านว่าจะขัดขวางหรือจะยอมรับ แต่ไม่ได้บอกถึงผลดีผลเสียให้ชาวบ้านทราบ ซึ่งในตอนนั้นชาวบ้านก็เห็นด้วยเพราะว่าลูกหลานและชาวบ้านจะได้มีงานทำ เพิ่งมาทราบตอนที่ บ.กระทิงแดงได้นำเครื่องจักรมาโค่นป่า จึงได้สอบถามไปยังหลายส่วนว่าทาง บ.กระทิงแดงได้ขออนุญาตทางจังหวัดและ มท.1ได้เซ็นอนุมัติไปแล้วตามที่เป็นข่าว และจากกระแสข่าวที่ออกมาว่าทาง บ.กระทิงแดงได้เช่าพื้นที่ป่าในราคา 32,000 นั้น ตัวแทนกรรมการหมู่บ้านกล่าวว่า เพิ่งทราบจาก อบต.เมื่อวานนี้(11 ก.ย.)ว่าทาง อบต.ได้เก็บค่าเช่าจากการเช่าพื้นที่ป่าแห่งนี้ได้ 2 ปี โดยเช่าไร่ละ 1,000 บาทต่อปี ตัวแทนกรรมการหมู่บ้านยังกล่าวต่ออีกว่าตอนนี้ทางชาวบ้านยังรอการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆว่าจะให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านอย่างไรและที่พึ่งที่ดีที่สุดคือทางสื่อเพราะพื้นที่ป่าแห่งนี้เป็นสมบัติปู่ย่าตายายที่ชาวบ้านหวงแหน
 

ด้านนายณัฐภัทร พลอยสุภา นายอำเภออุบลรัตน์ ได้ให้สัมภาษณ์กับทางรายการเจาะข่าวร้อนล้วงข่าวลึก ของทางสำนักข่าวทีนิวส์ ที่ออกอากาศทางไบรท์ทีวี เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบริษัทกระทิงแดง ได้ขอเช่าพื้นที่ห้วยเม็กสาธารณะประโยชน์ทั้งหมดเนื้อที่ 31 ไร่ 2 งาน 63 ตารางวา เมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม 2559 ในราคาไร่ละ 1,000 บาท ลงนามโดยนายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นในขณะนั้น(ปัจจุบันเสียชีวิตจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลว เมื่อต้นปี 2560 ) พร้อมใบอนุญาตให้แผ้วถางป่า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 เพื่อประโยชน์กักเก็บน้ำ นอกจากนั้นแล้วยังให้ข้อมูลว่า ขณะที่มีการนำเสนอเรื่องดังกล่าวในขณะนั้น ตนเองยังไม่ได้มาทำหน้าที่นายอำเภอในพื้นที่ อ.อุบลรัตน์ แต่ทราบว่ามีการนำเสนอข้อมูล ภาพถ่าย ไปให้ทางกระทรวงมหาดไทย ในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งสภาพป่าในช่วงหน้าแล้งนั้นก็เป็นสภาพที่ไม่สมบูรณ์มากนัก ส่วนเรื่องการขอมติจากชาวบ้านนั้น ทางด้านนายอำเภอแจ้งว่า มีเพียงรายงานการประชุมเท่านั้นว่า ไม่มีการคัดค้านการใช้พื้นที่


ขณะที่เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2560 ทีมข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ ได้ลงพื้นที่ และได้ไปสอบถามเรื่องดังกล่าวกับทางด้านนายนิติธร ชาญวิรัตน์ ปลัด อบต.บ้านดง ได้ให้ข้อมูลว่าการปล่อยพื้นที่ป่าห้วยเม็ก ให้กับทางด้ายบริษัทเอกชนเช่านั้นก็เป็นไปตามลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย และได้มีการทำประชาคมกับทางชาวบ้านเรียบร้อยแล้ว และชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ยินยอมให้มีการเช่าพื้นที่ดังกล่าว

ในขณะที่ทางด้าน นายไพบูลย์ บุญลา ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง พร้อมด้วยนายชูชาติ ผิวสว่าง รองประธานสภาองค์กรชุมชนจังหวัดขอนแก่น และชาวบ้านกว่าสิบคน เข้าตรวจสอบแนวเขตรอบบริเวณที่สาธารณะประโยชน์ห้วยเม็ก พร้อมกับกับโชว์หนังสือร้องคัดค้านที่เคยนำเสนอต่อศาลากลางจังหวัดขอนแก่น และหนังสือจากกรมที่ดินเรื่องการอนุญาตประกอบกิจการในที่ดินของรัฐ โดยนายไพบูลย์ กล่าวว่าหลังจากได้รับทราบจากทางภาคราชการ โดยท่านรองผวจ.ขอนแก่น ได้แจ้งว่า ทางหน่วยงานราชการยังไม่เห็นหนังสือร้องคัดค้านการให้เช่าที่ หรือการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ จากชาวบ้านซึ่งความเป็นจริง ชาวบ้านได้มีการทำหนังสือร้องคัดค้านไปยังหน่วยงานของรัฐ ตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับกระทรวง ในการที่ขอคัดค้านโรงงานกระทิงแดงเข้ามาก่อสร้างแต่ก็ไม่เป็นผล จนได้มีการก่อสร้างอยู่ในปัจจุบัน

นายไพบูลย์ กล่าวย้ำว่า ตนและชาวบ้านหนองแต้ไม่คัดค้านการเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานในพื้นที่ ก่อนหน้านี้ราวปี 2555 ได้มีนายหน้าเข้ามากว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านรวบรวมได้มากกว่า 500 ไร่ ทราบว่าจะเป็นการลงทุนตั้งโรงงานของกลุ่มบริษัทกระทิงแดง ชาวบ้านก็ดีใจเพราะเป็นโรงงานใกล้บ้านสามารถสร้างงานแก่คนในชุมชน ทางบริษัทก็ส่งคนออกมาประชาสัมพันธ์ว่าจะมีการจ้างงานคนในท้องถิ่นเป็นอันดับแรก

แต่เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งทราบกันว่ารัฐบาลให้กลุ่มบริษัทกระทิงแดงเช่าพื้นที่ป่าสาธารณะห้วยเม็ก พวกเราชาวบ้านหนองแต้ ไม่เห็นด้วย คือโรงงานมาเบียดเบียนชาวบ้านด้วยการรุกล้ำเข้ามาใช้พื้นที่ป่าสาธารณะทั้งหมดกว่า 31 ไร่ ที่สำคัญการให้เช่าพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์ห้วยเม็กดังกล่าวมีการอ้างว่าชาวบ้านหนองแต้เห็นดีด้วย ทั้งที่ชาวบ้านไม่เคยรู้เรื่อง ไม่เคยมีการทำประชาคมหรือทำประชาพิจารณ์ถามความเห็นชาวบ้านแม้แต่ครั้งเดียว แต่จู่ๆ ในเอกสารของทางการกลับมีรายชื่อชาวบ้านกว่า 81 ราย ลงลายมือชื่อสนับสนุน

โดยชาวบ้านในชุมชนได้กล่าวว่า เดิมทีป่าสาธารณะห้วยเม็กมีเนื้อที่กว่า 50 ไร่ ซึ่งในสมัยปู่ย่าตายายจะหวงแหนพื้นที่ป่าผืนนี้มาก แต่ปัจจุบันเหลือแค่เพียง 31.2 ไร่ เท่านั้นและไม่ทราบว่าเพราะเหตุผลใดถึงเหลือเท่านี้ จากการสังเกตตั้งแต่โรงงานได้มาก่อสร้างต้นไม้เริ่มเหี่ยวเฉา บางต้นยืนตาย เพราะมีการทำคูดินกั้นน้ำเอาไว้ น้ำก็เป็นสีขุ่นไม่สามารถใช้อะไรได้ซึ่งต่างจากแต่ก่อนที่สามารถน้ำมาบริโภคอุปโภคได้และในการเข้าออกป่าเพื่อหาของป่าตามเดิมก็ลำบากมากขึ้นเพราะสภาพแวดล้อมไม่เหมือนเดิม อีกไม่นานต้นไม้ที่ถูกน้ำท่วมก็ต้องยืนต้นตายนอกจากนี้นี้ยังมีต้นไม้ที่ถูกห่อโดคลนด้วยพลาสติกเพื่อขุดออกไปอีกหลายต้น โดยไม่ทราบว่าจะเอาไปทำอะไรที่ไหน และไม่ทราบว่าจะมีปัญหาอะไรตามมาอีก เพราะเมื่อบ.กระทิงแดงเช้าไปเขามีสิทธิ์ทำอะไรก้ได้ ส่วนชาวบ้านก็ไม่กล้าเข้าไปหาของป่าได้อีกเพราะว่ากลัวเป็นการรุกล้ำ จึงคิดว่าการเช่าพื้นที่ป่าชุมชนนี้ไม่มีผลดีต่อชาวบ้านไม่ว่าด้านใดก็ตาม เพราะถือว่าเป็นการทำลายพื้นที่ทำมาหากินของชาวบ้านที่อยู่กันมาหลายช่วงอายุคน


เรียบเรียงโดย

กนกวรรณ โอวาส : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News