แค่คิดในใจ..ขอขมาแทบไม่ทัน เรื่องเล่าจากศิษย์..หลวงปู่สรวง เคาะนิ้วฝูงไก่วิ่งเข้าหา ขีดวงกลม..ไม่ยอมออก เป่าพรวดเดียวถึงไปได้.

Publish 2017-09-11 23:08:01



เล่าเรื่องหลวงปู่สรวง...เหตุอันน่าอัศจรรย์

คำบอกเล่าทั้งหมดนับจากนี้ไปผู้ที่ได้กรุณาเล่าให้ฟังยังมีชีวิตอยู่ และเป็นบุคคลเดียวที่ติดตามรับใช้ใกล้ชิดหลวงปู่สรวงมานานแล้วอย่างน้อยๆก็ ๓๐ ปีโน่นแหละที่ท่านได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดหลวงปู่สรวง จนแม้กระทั่งวันหลวงปู่มรณภาพคุณลุงท่านนี้ก็ไม่ได้ห่างจากหลวงปู่เลย

จึงนับได้ว่าคุณลุงท่านนี้เป็นผู้ที่รู้เรื่องราวต่างๆของหลวงปู่สรวงมากที่สุด ละเอียดที่สุด จริงที่สุดอย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆในความน่าเชื่อถืออันเกี่ยวเนื่องไปถึงข้อมูล และประวัติของหลวงปู่สรวง

หากจะมีการกล่าวถึงหลวงปู่สรวง ก็นับได้ว่าข้อมูลจากคุณลุงท่านนี้น่าเชื่อถือที่สุดมากว่าผู้ใดทั้งสิ้น

หลวงปู่สรวงท่านเป็นพระที่มีประวัติความเป็นมาที่ค่อนข้างแปลก และมีวัติปฏิบัติที่ค่อนข้างจะพิสดารเป็นที่สุด นับตั้งแต่เคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวของพระธุดงค์มา

ด้วยว่าท่านไม่อินังขังขอบกับกฎกติกาใดๆ ที่ได้มีการบัญญัติไว้เป็นระเบียบ ให้พระธุดงค์ได้ประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมาเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

จากคำบอกเล่าของคุณลุงท่านนี้ (บุญเลิศ เพียรเพิ่มพูน) หลวงปู่สรวงเป็นพระที่ชาวบ้านในเขตรอบนอกที่ห่างไกลจากตัวจังหวัด และห่างไกลจากความเจริญค่อนข้างจะรู้จักท่านเป็นอย่างดี แตกต่างจากชาวเมืองในเขตตัวจังหวัด ที่ไม่ค่อยจะได้ยินหรือรู้จักกิตติศัพท์ของท่านกันสักเท่าไหร่นัก บางคนไม่รู้จักหลวงปู่สรวงเลยก็มี และมีเป็นจำนวนมากเสียด้วย

คุณลุงท่านนี้เริ่มรู้จักหลวงปู่สรวงเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๖

มูลเหตุแห่งการรู้จัก มาจากการที่ คุณลุงท่านนี้มีอาชีพรับจ้างขุดสระน้ำ หรือบ่อน้ำตามอำเภอหรือหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกล และไม่ต้องการที่จะรอความช่วยเหลือจากทางราชการ ที่มีโครงการจากรัฐบาลมาขุดให้ชาวบ้านฟรี เพราะไม่รู้ว่าจะมีคิวมาถึงหมู่บ้านของตนเองเมื่อใด

ประมาณกลางปี ๒๕๑๖ มีงานรับจ้างที่จะต้องไปขุดสระน้ำให้กับชาวบ้านในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ หลังจากตกลงรับปากรับคำกับชาวบ้านที่มาว่าจ้างกันเป็นมั่นเป็นเหมาะดีแล้ว เมื่อจวนใกล้ถึงวันและเวลาที่นัดหมายกันเอาไว้ก็ส่งทีมงานล่วงหน้าไปก่อน ตัวแกเองจะตามไปทีหลังในวันขุด

เมื่อทีมล่วงหน้าข้าไปถึงพื้นที่แล้วก็ต้องแปลกใจ เมื่อมีชาวบ้านมาส่งข่าวให้ทราบว่า งานจ้างขุดสระน้ำที่ได้นัดหมายตกลงกันเอาไว้นั้น ขอเลื่อนออกไปก่อน วันนั้นไม่ว่าง และไม่มีใครสักคนว่างพอที่จะมาคอยบอกคอยดูในระหว่างที่การขุดจะดำเนินไป

พรรคพวกที่ไปถึงก่อนก็งง อีตอนไปติดต่อก็เร่งให้รีบขุดเร็วๆ แต่พอถึงวันนัดกลับมาบอกว่าไม่ว่างไม่พร้อม ไม่อยู่ มันยังไงกันแน่

ถามไถ่เอาความจากชาวบ้านเรียบร้อยแล้วทีมงานขุดสระน้ำของคุณลุงผู้นี้ก็ถึงกับมึนไป

ที่บอกว่าถึงกับมึนงงก็เพราะสาเหตุที่ชาวบ้านยังไม่พร้อมที่จะให้ขุดสระน้ำ เป็นเพราะว่าในวันนั้นจะพากันไหว้พระธุดงค์องค์หนึ่ง ซึ่งจะธุดงค์ผ่านมาทางหมู่บ้านพอดี

ฮ่วย...!!!

จะไปไหว้พระ ทำไมถึงต้องไปหมดกันทั้งหมู่บ้าน ไม่มีใครยอมอยู่เฝ้าบ้าน หรือเฝ้าหมู่บ้านแม้แต่คนเดียวเลยหรือ

ทุกคนต่างก็พร้อมหน้าพร้อมตา และพร้อมใจชวนกันไปกราบหลวงปู่พระธุดงค์นิรนามองค์นั้นหมดทั้งหมู่บ้านจริงๆหรือ

คิดดูแล้วก็แปลกดี นอกจากแปลกแล้วก็ยังเกิดความอยากรู้อยากเห็นเพิ่มมากขึ้นอีกเป็นอันมาก

ความสงสัยมันมีเยอะเสียจนทนไม่ไหว

พระอะไรจะเรียกศรัทธาจากสาธุชนได้มากมายไม่มีประมาณปานนั้นถึงกับยอมละทิ้งบ้านเรือนให้ร้างเจ้าของพร้อมกันทั้งหมู่บ้านอย่างนี้ เพียงเพราะว่าทุกคนต้องการจะไปกราบพระธุดงค์องค์นั้น

หลวงปู่สรวง



คุณลุงยังเล่าต่อไปอีกว่า หลังจากพรรคพวกที่ล่วงหน้ามาก่อนได้แจ้งกลับไป ทำให้คุณลุงเองถึงกับอยากรู้อยากเห็นอยากดูให้เห็นกับตาของตนว่า พระธุดงค์องค์นี้เป็นใครมาจากไหนและมีคุณธรรมวิเศษอย่างไร ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันไปกราบท่านกันจนหมดหมู่บ้านอย่างนั้นลำพังตัวของคุณลุงเอง แกก็เป็นผู้ฝักใฝ่ในธรรมะกับการบุญอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน พระองค์ไหนที่ว่าดัง พระองค์ไหนที่ใครเค้าลือว่าเก่ง ลุงแกเป็นไม่ยอมพลาด จะต้องไปกราบไปไหว้ให้เห็นกับตาตนเองและเป็นบุญแก่ใจตนเองให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นหลวงปู่ฝั้น , หลวงปู่ขาว , หรือแม้แต่หลวงปู่หล้า คุณลุงแกก็ตระเวนไปกราบไปไหว้มาหมดแล้ว

หลานจะเชื่อมั๊ย ทันทีที่ลุงไปถึงหมู่บ้านนั้น ลุงเองต้องแปลกใจเป็นอันมากต่อสภาพที่ลุงได้เห็นในขณะนั้น ในหมู่บ้านไม่มีใครเหลืออยู่เลยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกเล็กเด็กแดง หรือแม้แต่ผู้เฒ่าชราที่ปกติจะถูกปล่อยให้อยู่โยงบ้านเสมอๆ ก็ไม่มีให้เห็นหรือมีให้ลุงได้ถามไถ่แม้แต่คนเดียว ลุงยังคิดเล่นๆเลยว่า นี่หากมีโจรมาปล้น โจรมันคงไม่ต้องออกแรงอะไรมากนัก แค่ขับรถมาจอดแล้วก็เดินเลือกเอาเลย อยากอะไรของบ้านหลังไหนก็ไม่มีปัญหา ยกมาใส่รถได้เลย และหากชาวบ้านกลับมาจากไหว้พระ ก็คงจะไม่รู้อีกนั่นแหละว่าหมู่บ้านของตนถูกโจรก๊กไหนมายกเค้าเอาไปจนเกลี้ยง นี่พูดถึงว่าถ้าหากมีโจรหลงทางผ่านมาเจอนะ”

พ่อลุงบุญเลิศเล่าว่าคราวที่หมู่บ้านถึงกับร้างหนนั้น ถือว่าเป็นเหตุให้ได้พบหลวงตาสรวงเป็นครั้งแรก

หลวงตาสรวงท่านมาที่หมู่บ้านอีกหมู่บ้านหนึ่ง ไกลจากหมู่บ้านที่พ่อลุงบุญเลิศไปรับงานขุดสระราวๆ๒๐กว่ากิโล

คนทั้งหมู่บ้านนี้เมื่อทราบว่าหลวงตามา ก็พากันหอบลูกจูงหลานไปกราบหลวงตาที่หมู่บ้านโน้นกันจนหมด

พ่อลุงบุญเลิศเกิดข้อสงสัยว่าพระอะไรกัน ถึงกับให้คนทิ้งบ้านแจ้นไปหาจนบ้านร้างขนาดนี้

ก็เลยตามไปดู

"พอไปเห็น..โอ๊ยย..มันอะไรกันนักกันหนา..หลวงตานอนกลิ้งเกลือกอยู่กับขี้ดิน สกปรก ขี้ไคลขึ้นเป็นคราบ ขี้ตาก้อนเท่าเม็ดถั่ว น้ำลายก็ไหลเยิ้ม ขอโทษนะหลาน..หำก็โผล่ออกมาทั้งพวงอีกด้วย"

พ่อลุงบุญเลิศเล่าว่า เกิดความอเนจอนาถแกมสมเพช

ทั้งสมเพชหลวงตาและพวกชาวบ้าน

พระก็เหมือนผีบ้า ชาวบ้านยิ่งบ้าหนักกว่าอีก มาแห่มาแหนล้อมหน้าล้อมหลังกราบพระบ้ากันประหลกๆ

"พอนึกในใจเท่านั้น หลวงตาก็ทำปากจู๋ส่งเสียงจุ๊กๆ นิ้วชี้ก็เคาะลงที่พื้นดินป๊อกๆๆสามครั้ง..โน่น..แม่ไก่ มันกำลังหากินหาเลี้ยงลูกเจี๊ยบอยู่ฝูงหนึ่ง มันหยุดกึก หันกลับมา แล้วก็ทั้งบินทั้งวิ่งมาหาหลวงตา

ทั้งแม่ทั้งลูกวิ่งกันปานกับกลัวจะมาไม่ทัน คือมันแย่งกันวิ่งสลับบินมาหาหลวงตาแบบรีบร้อนที่สุด..ตัวแม่ไก่มาหมอบนิ่งอยู่ข้าง ๆ หลวงตา ส่วนลูกๆพอมาถึงก็โดดขึ้นเล่นบนตัวหลวงตา..น่ารักมาก"

 



พ่อลุงบุญเลิศบอกว่าตอนนั้นชักจะนึกแปลกใจแปลบปลาบเล็กๆเข้าบ้างแล้ว

สักครู่หลวงตาสรวงก็เอานิ้วมือขีดลงพื้นดินเป็นวงกลมเล็กๆ

จับลูกไก่ตัวหนึ่งวางใส่ในวงกลม

แล้วท่านก็ลุกขึ้นเดินไปนั่งอยู่บนกระท่อม

แม่ไก่กับลูกของมันทั้งฝูงก็ลุกขึ้นกลับออกไปหากินตามปกติเหมือนเดิม

เว้นแต่ลูกไก่ตัวที่อยู่ในวงกลมเท่านั้น

"มันนอนเล่นเหมือนมีความสุข จิกขนตัวเอง นอนเหยียดแข้งเหยียดขา ลุงย่องเข้าไปจับมันออกมาปล่อยนอกวงกลม มันก็กลับวิ่งเข้าไปอยู่ในวงกลมอีก จับมันออกมาอีกที มันก็กลับเข้าไปในวงกลมเหมือนเก่า"

ตอนนี้พ่อลุงบุญเลิศตาสว่างแล้วขอรับ

ลุกขึ้นเดินตามหลวงตาเข้าไปที่กระท่อม

พอก้มลงจะกราบเท้า

"ท่านชักเท้าหนีไม่ให้กราบ ลุงขยับตามไปจะกราบให้ได้ ท่านก็ชักเท้าหนีอีก ลุงจึงตัดสินใจจับขาท่านไว้ไม่ให้หนี จึงได้กราบสมใจ แล้วก็ขอขมาท่านว่า ลูกหลานผิดไปแล้ว มองคนก็แค่เปลือก ไม่ได้มองถึงเนื้อใน จึงเป็นเหตุให้นึกประมาทครูบาอาจารย์"

"แล้วลูกไก่ที่อยู่ในวงกลมล่ะ" ข้าพเจ้าถามพ่อลุงบุญเลิศ

"อ๋อ..สักครู่หลวงตาทำปากเป่าลมไป มันจึงออกสามารถจากวงกลมวิ่งกลับไปหาแม่ของมันได้"

"หลังจากนั้นพ่อลุงก็กลายเป็นผู้ติตตามหลวงตาไปจนตลอดชีวิต"

"ไม่นะ..กว่าท่านจะยอมให้ติดตามก็อีกเป็นเดือน ระหว่างนั้นตามท่านไปอย่างเดียว ไม่ให้คลาดสายตา ไม่ว่าท่านจะไปที่ไหนก็ตาม

"ท่านก็ยอมให้ตามหรือขอรับ"

"ท่านไล่ให้หนี ไม่ให้ตาม แต่ลุงเล่นลูกตื๊อไม่ยอมถอย ท่านไล่ เราก็หลบไปอยู่ห่างๆ พอเผลอๆก็กลับเข้ามา เป็นแบบนี้อยู่นาน จนกระทั่งวันหนึ่งลุงเหนื่อยหลาย หิวก็หิว ข้าวไม่ได้กินทั้งวัน เผลอหลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ตัว ตื่นอีกทีเพราะว่ามีคนมาปลุก พอลืมตาก็มืดค่ำสนิทไปแล้ว"

"หลวงตามาปลุก"

"เปล่าๆ ท่านน่ะหนีไปแล้ว แต่เกิดเปลี่ยนใจให้ลูกศิษย์ที่ติดตามท่านประจำย้อนกลับมาปลุก"

"อ้าว..ก็ไหนว่าท่านไม่มีลูกศิษย์"

"ไม่เชิงลูกศิษย์..คือหลวงตาชอบจะมีผู้ติดตามประจำอยู่สามคน แต่ไม่ได้ติดตามพร้อมกันทั้งสามคน ท่านให้ตามแค่ทีละคนเท่านั้น แล้วทั้งสามคนเป็นพวกไม่เต็มบาทด้วยกัน คนไม่เต็มบาทนี่แหละมาปลุก มันบอกว่าหลวงตาไปแล้วๆๆ หลวงตาให้มาตามลุงให้ตามไป"

ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ และที่มาเนื้อหาข้อมูลมา ณ ที่นี้

พุทธคุณแดนสยาม

เผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา เทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์


เรียบเรียงโดย

ศักดิ์ศรี บุญรังศรี : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News