คนรักลูกต้องอ่าน!!! เด็ก 2 ขวบป่วยไข้หวัดใหญ่เสียชีวิต แม่ใจสลายเล่านาทีลูกสิ้นลมต่อหน้า ฝากข้อคิดถึงพ่อแม่มือใหม่ไม่อยากให้ลูกตายอย่าประมาท

Publish 2017-09-08 12:49:58



ถือเป็นเรื่องราวเตือนใจคนเป็นพ่อเป็นแม่ได้อย่างดีเลยทีเดียว เพราะความตายเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้ โดยคุณแม่ท่านหนึ่ง ได้ออกมาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวตัวเอง ที่ต้องสูญเสียลูกน้อยวัย 2 ขวบ ไปอย่างไม่มีวันกลับ จากอาการป่วยไข้หวัดใหญ่ แต่เป็นสายพันธุ์ที่มีอาการรุนแรง จึงอยากฝากเตือนไปยังพ่อแม่ ผู้ปกครองท่านอื่นๆ ให้สนใจดูแลบุตรหลานดีๆ 

 

 



โดยผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Imm Chanprasit ได้บอกเล่าเรื่องราวดังกล่าวไว้ว่า "อุทาหรณ์สำหรับคนเป็นพ่อแม่หรือใครที่มีบุตรหลานนะคะ...! #เนื่องจากมีคนแชร์ไปเยอะมากขอเรียนว่าทางเราไม่รับเงินหรือสิ่งของบริจาคใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ #ขอกราบขอบพระคุณในทุกๆ น้ำใจของทุกท่านค่ะและโปรดระวังการแอบอ้างด้วยนะคะ #ขอบพระคุณจากใจค่ะ เมื่อวานนี้ อังคาร 5 กันยายน 2017 มัจจุราชได้พรากชีวิตน้อยๆ ของน้องติณณ์ไปจากครอบครัวที่หัวใจแตกสลาย เด็กน้อยวัยเพียง 2 ขวบ 7 เดือนที่แข็งแรง เลี้ยงง่าย น่ารักสดใส ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายรุนแรงถึงขนาดพรากน้องไปได้ น้องติณณ์ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และเข้ารักษาตัวที่รพ.แห่งหนึ่งเมื่อวันจันทร์ 28 สิงหาคม แต่ด้วยอาการที่เฉียบพลัน ทางรพ.ไม่มีห้อง ICU เด็กจึงต้องส่งตัวไปอีกรพ.หนึ่ง ใช้เวลาในการส่งตัวนานถึง 5 ชั่วโมง

 


วันนั้นน้องติณณ์เริ่มไม่ไหวแต่คุณหมอก็ช่วยพาน้องกลับมาได้และพักอยู่ใน ICU อีกหลายวันด้วยอาการทรงๆ ในขณะที่ครอบครัวพยายามทุกวิถีทาง ไม่เว้นแม้แต่การสวดมนต์อ้อนวอนขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองน้องติณณ์ เราพยายามทำทุกอย่าง เพื่อนฝูงกัลยาณมิตรทุกท่านต่างช่วยเหลือกันทุกวิธีอย่างเต็มที่ น้องติณณ์จากเราไปอีกหลายครั้ง แต่คุณหมอก็สามารถช่วยยื้อให้น้องกลับมาได้ ทุกครั้งที่น้องจากไป ดวงใจคนเป็นพ่อแม่ตายายแหลกสลายยับเยินไม่มีชิ้นดี

 

 

ทุกครั้งที่หมอช่วยพากลับมาได้ เศษดวงใจของพ่อแม่ตายายที่แตกสลายไปนั้นได้ประกอบร่างขึ้นมาใหม่ด้วยความหวังขึ้นอีกครั้ง แม้เพียงน้อยนิดแต่ก็พอช่วยประทังให้ผ่านพ้นในแต่ละคืนวันได้ หัวอกคนเป็นพ่อแม่ เห็นลูกน้อยเจ็บปวด หากเลือกได้แม่ขอเจ็บเองได้ไหมลูก เข็มทุกเข็มที่เจาะบนตัวลูก ขอมาเจาะที่แม่แทนได้ไหม ทุกท่อทุกสายระโยงระยาง พ่อขอเจ็บแทนจะได้รึเปล่า ทุกความเจ็บปวดทุกโรคภัยของลูก คนเป็นพ่อแม่ทุกคนคงขอเจ็บแทน แต่โชคชะตาไม่ให้โอกาสนั้นกับเรา

 

 

 


 



เราประทังชีวิตน้อยๆของน้องติณณ์และสภาพจิตใจของพวกเรามา จนกระทั่งวันจันทร์ 4 กันยายน ผลสแกนสมองของน้องพบว่า สมองของเด็กชายผู้สดใสน่ารัก เด็กน้อยที่เป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่และครอบครัวได้ถูกเชื้อโรคร้ายทำลายเสียสิ้น ภาพเด็กตัวน้อยตัวเล็กๆ นอนหลับสนิท มีสายระโยงระยางเต็มไปหมดภายในห้อง ICU กับความจริงที่ได้รับทราบมามันเกินจะทน...น้องคงไม่ฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว วันอังคาร 5 กันยายน น้องติณณ์คงพยายามต่อสู้อย่างสุดกำลัง หมอบอกว่าช่วงสายๆ น้องคงต้องจากไป ครอบครัวที่หัวใจร้าวรานได้แต่ทำใจและอยู่เคียงข้างน้องจนกว่าวินาทีสุดท้าย น้องติณณ์สู้ต่อจนถึงช่วงเย็น ที่น้องสู้ไม่ไหวอีกต่อไป น้องติณณ์จากลาพวกเราไปด้วยความสงบ เสมือนน้องกำลังหลับใหลอยู่อย่างเป็นสุขในอ้อมกอดของแม่ น้องติณณ์ออกเดินทางไปยังสรวงสวรรค์แล้ว ที่ๆ น้องติณณ์จะไม่เจ็บไม่ปวดไม่ทรมานอีกต่อไป ที่ๆ น้องจะได้วิ่งเล่นมีความสุขสนุกสนานคอยมองพวกเราจากบนฟากฟ้า

 

 

 


เวลาหนึ่งสัปดาห์ในห้อง ICU ถึงหมอจะบอกว่าน้องสู้ได้นานกว่าคนอื่น แต่มันสั้นเพียงชั่วพริบตาสำหรับผู้สูญเสีย แต่มันช่างยาวนานสำหรับความหวังอันริบหรี่ด้วยใจที่รอคอยว่าเมื่อไหร่ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้น แต่พวกคุณมีทางเลือกค่ะ พาบุตรหลานไปฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อนได้นะคะ อย่าคิดว่าลูกเราไม่เป็นหรอก ขนาดน้องอยู่แต่ในบ้านยังติดเชื้อจนจากไปได้เลย หมอทุกหมอบอกว่ามันระบาดหนักมาก โดยเฉพาะในเด็กและคนชรา เมื่อวานเพื่อนพาลูกไปฉีดได้ยาโด๊สสุดท้ายพอดี มันกำลังระบาดหนัก ยาก็มีเหลือน้อย ป้องกันไว้ก่อนเถิดนะคะ ไม่อยากเห็นใครต้องสูญเสียแบบนี้อีกเลย

 


เราเองติดเชื้อมาจากน้องติณณ์ นอนรพ.ตั้งแต่เมื่อวาน บอกได้เลยว่าทรมาน ขนาดผู้ใหญ่ยังทรมาน ไม่อยากจะคิดเลยว่าเด็กๆ จะเป็นยังไง หากเรื่องราวนี้จะเป็นอุทาหรณ์ช่วยให้ครอบครัวอื่นๆปกป้องและป้องกันลูกหลานตนเองจากเชื้อร้ายได้ ขออานิสงส์นี้ส่งผลบุญให้น้องติณณ์ได้มีแต่ความสุขในสัมปรายภพ เป็นเทวดาตัวน้อยๆที่น่ารักมีแต่ความสุขสนุกสนานและพบพานแต่สิ่งดีๆกับลูกตลอดไปครับ Beyond the door there's peace I'm sure.  And I know there'll be no more tears in heaven... อาลัยรัก  6 September 2017"

 


ซึ่งก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นไว้อาลัยต่อการจากไปของเด็กวัย 2 ขวบคนนี้ และเป็นกำลังใจให้ครอบครัวเข้มแข็งต่อไป โดยเรื่องราวดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจที่สำคัญอย่างยิ่ง ว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ ห้ามประมาทเด็ดขาด 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Imm Chanprasit


เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล : สำนักข่าวทีนิวส์


Recommend News