งานมอเตอร์โชว์..ครั้งแรกในสยาม!! เปิดประวัติศาสตร์ราชยานยนตร์สยาม เมื่อครั้ง "งานชุมนุมรถหลวง" ในแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง

Publish 2017-07-17 15:08:02



            วันที่๓ พฤษภาคม ๒๔๕๑ ร๕ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดงานชุมนุมรถหลวงขึ้นเป็นครั้งแรกในสยามตอนช่วงปลายรัชกาลทีี่ ๕ ด้วยทรงมีเวลาว่างงานพระราชกรณียกิจมากขึ้นจึงโปรดฯให้จัด งานชุมนุมรถหลวงขึ้นเป็นครั้งแรกในสยาม เพื่อทรงพระสำราญพระราชหฤทัยและได้ทรงจัดให้มีขึ้นอีกหลายครั้งติด บางคราวก็ทรงโปรดฯให้มีการประกวดรถบุปผชาติ มีการประดับจัดตบแต่งด้วยดอกไม้หลายชนิด นอกจากนั้นยังโปรดฯให้สั้งซื้อรถยนต์อีกจำนวนมาก มาพระราชทานด่พระมเหสีและพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งบรรดาข้าราชบริพารอีกด้วย ซึ่งในเวลานั้นชาวบ้านทั่วไปไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์ เพราะราคาแพงมากเกินกว่าที่จะซื้อ ผู้เป็นเจ้าของจึงจำกัดอยู่เพียงภายในราชสำนักเท่านั้น ทรงชักชวนข้าราชบริพาร พ่อค้า และ คณะทูตานุทูตจากชาติต่างๆ ให้นำรถยนต์ส่วนตัวเข้าร่วมในขบวนดังกล่าว โดยแจ้งรายชื่อไปยังกระทรวงวัง เพื่อจะได้นำการ์ดเชิญเฝ้าทูตละอองธุลีพระบาท นอกจากนี้ยังได้โปรดฯให้เชิญเจ้านายและข้าราชการผู้ใหญ่ที่ยังไม่มีรถยนต์ส่วนตัวให้มานั่งรถหลวงได้



           ในปี ๒๔๔๗ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธ์ พระโอรสใน ร.๕ ได้เสด็จไปรักษาพระองค์ที่ฝรั่งเศส ในระหว่างนั้นได้เสด็จทอดพระเนตรโรงงานผลิตรถยนต์ต่างๆด้วยความสนพระทัย ก่อนเสด็จกลับได้ว่าจ่างบริษัทเมอร์เซเดสเดมเลอร์ของเยอรมันให้ต่อรถชนิดพิเศษสุดแบบเก๋งสีเหลืองหลังคาทรงประทุนถวายแด่พระบิดานับเป็นรถยนต์พระที่นั่งคันแรกในราชสำนัก ทรงพระทานชื่อว่า "แก้วจักรพรรดิ" หลังจากนั้น ร.๕ ท่านก็โปรดให้สั่งเพิ่มเติมอีก ๑๒ คันพระราชทานชื่อไว้ ดังนี้

"แก้วจักรพรรดิ มณีรัตน ฑัตมารุต ไอยราพต ราชานุยันต์ สุวรรณมุขี กังหัน สละสลวย กระสวยทอง ลำยองทาบ ภาพยนตร์ กลกำบัง"

          ร.๕ท่านโปรดรถยนต์เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นสินค้าใหม่ที่มีขึ้นในสมัยนั้นพระองค์ทรงโปรดขับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จประพาสตามถนนสายต่างๆในกรุงเทพฯทุกเย็น แม้กระทั่งเสด็จประพาสยุโรปครั้งหลังก็ทรงนำรถยนต์พระที่นั่งไปด้วย

 

          นอกจากนี้ทรงกำหนดจุดเริ่มต้นขบวนที่ถนนเบญจมาศในพระวังดุสิต มีรถยนต์รวมทั้งรถหลวงเข้าร่วมขบวนทั่งหมด ๙๘ คัน ทรงโปรดฯให้จัดเป็นสองแถว เริ่มด้วยรถพรที่นั่งทัตมารุตนำหน้าเป็นที่หนึ่ง ตามด้วยรถของกรมราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถัดมาเป็นรถของเจ้านาย ข้าราชการ ทูตานุทูต และพ่อค้านายห้าง เป็นลำดับสุดท้าย ครั้งถึงเวลาบ่ายโมงเศษขบวนรถยนต์เริ่มออกจากพระวังดุสิตข้ามสะพานคลองเปรมประชากร เลี้ยวมุมวังกรมหลวงชุมพร (วิทยาลัยพาณิชยการพระนครปัจจุบัน) จนถึงสี่แยกถนนกรุงเกษม เลี้ยวข้าสะพานยศเสไปตามถนนสระปทุม เลี้ยวขวาขึ้นสะพานเฉลิมศรี ๔๒ ผ่านถนนหัวลำโพง ถึงสามแยกเข้าถนนเจริญกรุง ข้ามสะพานดำรงสถิตไปตามถนนเจริญกรุง จนถึงสะหนามไชย

 

          ครั้งถึงเวลาบ่ายโมงเศษขบวนรถยนต์เริ่มออกจากพระวังดุสิตข้ามสะพานคลองเปรมประชากร เลี้ยวมุมวังกรมหลวงชุมพร(วิทยาลัยพาณิชยการพระนครปัจจุบัน) จนถึงสี่แยกถนนกรุงเกษม เลี้ยวข้าสะพานยศเสไปตามถนนสระปทุม เลี้ยวขวาขึ้นสะพานเฉลิมศรี ๔๒ ผ่านถนนหัวลำโพง ถึงสามแยกเข้าถนนเจริญกรุง ข้ามสะพานดำรงสถิตไปตามถนนเจริญกรุง จนถึงสะหนามไชย  โปรดฯให้จอดขบวนที่ทั้งหมดที่สนามหน้าพระที่นั่งอภิเษกดุสิต หลังจากนั้นทรงจัดเลี้ยงน้ำชาแก่บรรดาเจ้านาย ข้าราชการ ทูต และพ่อค้า ที่เข้าร่วมในงานครั้งนี้



            หลังจากนั้นโปรดฯ ให้จอดขบวนที่ทั้งหมดที่สนามหน้าพระที่นั่งอภิเษกดุสิต และทรงจัดเลี้ยงน้ำชาแก่บรรดาเจ้านาย ข้าราชการ ทูต และพ่อค้า ที่เข้าร่วมในงานครั้งนี้ ระหว่างเคลื่อนขบวนในครั้งนั้นได้มีประชาชนจำนวนมากพากันมาเฝ้าชมรถยนต์ อุปสรรคในการจัดงานครั้งนี้คือถนนในสมัยนั้นยังเป็นดินโครน พื่นผิวดินเป็นหลุมเป็นบ่อ ซ้ำยังต้องเจอกับสะพานข้ามครองที่สูงชัน จึงทำให้รถบางคันเสียหลักแล่นต่อไม่ได้ บางคันก็เครื่องยนต์ติดบ้างไม่ติดบ้าง ต้องจอดตายเป็นทิวแถว นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระเมตตาจัดงานชุมนุมรถหลวงขึ้นเป็นครั้งแรกในสยาม เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของชาวสยามในสมัยนั้น

 

 

 

อ้างอิงจาก : หนังสือร้อยเรียงเวียงวัง กิติพงษ์ วิโรจน์ธรรมากูร , https://www.clipmass.com

ที่มาจาก : เพจ ราชินี เจ้าจอม หม่อมห้าม ในอดีต

 


เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News