ย้อนรอยเหตุการณ์!!! ลำดับคดีฆาตกรรมยกครอบครัวผู้ใหญ่บ้าน 8 ศพ จ.กระบี่

Publish 2017-07-17 07:11:17



จากเหตุการณ์คดีฆาตกรรมยกครอบครัวผู้ใหญ่บ้าน นายวรยุทธ สังหลัง ที่จังหวัดกระบี่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย โดยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา ซึ่ง ณ ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดแล้ว โดยผู้ต้องหาที่เป็นตัวการหลักคือ นายซูริก์ฟัต บ้านนพวงศ์สกุล หรือบังฟัด อายุ 41 ปี  เป็นผู้อยู่เบื้องหลังและลงมือฆ่าสังหารทั้งหมด และเพื่อให้เข้าใจเหตุการณ์และสถานการณ์ จึงขอสรุปลำดับเหตุการณ์ดังกล่าวตั้งแต่วันเกิดเหตุ จนถึงวันที่จับกุมผู้ต้องหาได้ ดังต่อไปนี้
 

 

วันที่ 10 กรกฎาคม 2560
- เวลาประมาณ 16.00 น. กลุ่มคนร้าย เป็นชายประมาณ 6-7 คน แต่งกายชุดลายพรางคล้ายทหาร พร้อมอาวุธและใช้รถ 2 คัน บุกเข้าไปในบ้านนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1บ้านเลขที่ 14/3 ม.1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. นายวรยุทธ ผู้ใหญ่บ้าน ได้กลับมาถึงบ้านถูกควบคุมตัวใส่กุญแจมือและปิดบังใบหน้า เวลาประมาณเที่ยงคืน กลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงทุกคนที่อยู่ในบ้าน และได้หลบหนีไปโดยนำรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีบรอนเทา ทะเบียน กค 533 กระบี่ ของเจ้าของบ้านไปด้วย

วันที่ 11 กรกฎาคม 2560
- หลังจากนั้นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ ได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลอ่าวลึก ต่อมา ร.ต.อ สุวิทย์ แก้วปรีชา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่ามีเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ หน่วยกู้ภัยอ่าวลึก และหน่วยกู้ภัยคลองหิน เดินทางไปบ้านหลังดังกล่าว จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตจำนวน 5  ราย บาดเจ็บ 6 คน ก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มอีก 3 ราย รวมผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 8 ราย ดังนี้

ผู้เสียชีวิต 8 ราย
1.นายวรยุทธ สังหลัง           อายุ 46 ปี (ผู้ใหญ่บ้าน)
2.นางดวงพร สังหลัง           อายุ 35 ปี (ภรรยา)
3.นายสุริยา สังหลัง             อายุ 30 ปี
4.นายสุทธิพงศ์ พริกดำ        อายุ 28 ปี
5.ด.ญ เพรชดาว สังหลัง       อายุ 4 ปี
6.น.ส.แอนนา บุตรเติบ         อายุ 26 ปี
7.ด.ญ กิ่งเทียน สังหลัง        อายุ 8 ปี
8.ด.ญ แพรไหมทอง สังหลัง  อายุ 13 ปี

ผู้บาดเจ็บ 3 คน
1.นางอัญชลี บุตรเติบ    อายุ 30 ปี
2.ด.ญ รัญชิดา พริกดา   อายุ 13 ปี
3.ด.ญ รยิดาน์ พริกดำ    อายุ 5 ปี

 

 

- เวลาประมาณ 11.00 น. พล.ต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) กระบี่ เข้าพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับคณะทำงานเพื่อประชุมแนวทางในการติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย 
- เวลาประมาณ 14.30 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เเละ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป จะลงไปจ.กระบี่ ติดตามคดีนี้เอง ซึ่งมีการตั้งประเด็นสังหารไว้ 3 ประเด็นด้วยกัน คือเรื่องความขัดแย้งเรื่องที่ดินสาธารณะ ความขัดแย้งเรื่องการสร้างโรงโม่หิน สุดท้ายปมเรื่องชู้สาว 



วันที่ 12 กรกฎาคม 2560
- นางอัญชลี บุตรเติบ อายุ 30 ปี หนึ่งในผู้รอดชีวิต ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เพราะกระสุนแฉลบศีรษะ ทำให้ตกใจช็อกนอนสลบ ก่อนคนร้ายคิดว่าเสียชีวิตแล้วจึงไม่ได้ยิงซ้ำ ทำให้รอดมาได้ ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ว่ามือปืนที่ก่อเหตุคมีทั้งหมดด้วยกัน 6 คน แบ่งกระจายกำลังกันเข้ามาคุมคนในบ้าน 4 คน ส่วนที่เหลืออีก 2 คนคอยคุมเชิงอยู่ด้านนอก โดยคนร้ายได้ลงมือทยอยยิงญาติพี่น้องทีละคน หลังจากนั้นคนร้ายก่อเหตุยิงคนในบ้านเสร็จได้เดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่หน้าบ้านเหมือนโทร.ไปรายงานผลกับนายจ้าง และที่สำคัญหญิงสาวคนนี้ยังจดจำใบหน้า 4 มือปืนที่บุกเข้ามาในบ้านได้อย่างแม่นยำ พร้อมสเก็ตช์ผู้ต้องสงสัย

 

 

วันที่ 13-14 กรกฎาคม 2560
- เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งหาหลักฐานเพื่อคลี่คลายคดี โดยได้มีการเรียกสอบสวนบุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวนี้ ทั้ง น.ส.นุกูล ขันทอง ที่มีการเชื่อมโยงไปในเรื่องกรณีชู้สาว นายเชษฐ์ดนัย ถิ่นพังงา เพื่อนสนิทของนายวรยุทธ และนายนรินทร์ เก่งธนทรัพย์ ที่มีการเชื่อมโยงไปในเรื่องธุรกิจโรงโม่หิน และสามารถจับสัญญาณโทรศัพท์มือถือของนายวรยุทธ ได้ โดยหลังการสังหารผู้ต้องหาได้หยิบเอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย โดยพบว่าสัญญาณยังนิ่งอยู่ตรงบริเวณเขตรอยต่อ จ.สุราษฎร์ธานี กับ จ.กระบี่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดจากร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง จับภาพรถกลุ่มคนร้าย 2 คัน เอาไว้ได้คือรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ และรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว รวมถึงรถเก๋งยาริสอีกคันของผู้ตายที่คนร้ายขโมยมาด้วยบนถนนเซ้าท์เทิรน์ซีบอร์ด ในท้องที่ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ มุ่งหน้าไปทาง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นอีกหลักฐานที่จะได้นำมาประกอบการติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้ จึงคาดการณ์ว่าผู้ก่อเหตุฆาตกรรมนั้นมาจากซุ้มมือปืนภาคใต้ตอนบน ไม่ใช่คนในพื้นที่

 



วันที่ 15 กรกฎาคม 2560
- ช่วงหัวค่ำ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. บินด่วนกลับมาที่ จ.กระบี่ อีกครั้งหลังจากที่ได้รับแจ้งว่าสามารถจับตัวผู้ต้องหาได้ พบรถโตโยต้ายาริสที่ผู้ต้องหาได้ขโมยมาก่อนที่จะสอบเค้นผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 คนที่ค่าย ร.15 พัน 1 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ และนำขบวนรถสื่อมวลชนไปดูจุดที่เกิดเหตุ ในการเผารถ และฝังอาวุธปืน โดย จากพื้นที่ จ.กระบี่ ข้ามไปยัง จ.พังงา เขตรอยต่อกับ จ.ภูเก็ต ก่อนพาไปดูจุดที่คนร้ายนำรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กค 533 กระบี่ ของภรรยานายวรยุทธ ผู้ใหญ่บ้านไปเผาทำลายหลักฐานในสวนปาล์มแห่งหนึ่ง จ.กระบี่ ข้ามไปยัง จ.พังงา เขตรอยต่อกับ จ.ภูเก็ต 

วันที่ 16 กรกฎาคม 2560
-เวลาประมาณ 02.00 น. พาผู้ต้องหาทำแผนชี้จุด-เผาทำลายหลักฐาน ทีมฆ่ายกครัว 8 ศพ
จุดที่ 1 พบซากรถโตโยต้า ยาริส ของผู้ใหญ่บ้าน ถูกเผาในสวนยาง จ.พังงา
จุดที่ 2 พบอาวุธปืน 4 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน ถูกฝังดินในสวนยาง  
จุดที่ 3 พบเมมโมรี่การ์ดกล้องวงจรปิด ซิมการ์ดโทรศัพท์ บัตรประชาชน ถูกฝังดิน
จุดที่ 4 พบเครื่องแต่งกาย ถุงมือ ชุดอำพรางตัว กุญแจมือ แกลอนน้ำมัน 
จุดที่ 5 พบสิ่งเทียมอาวุธปืน มีลักษณะคล้ายปืนกล  2 กระบอก

- เวลาประมาณ 15.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา โดยตัวการสำคัญคือ นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล หรือ บังฟัด เป็นนายทุนเงินกู้ในจังหวัดภูเก็ต ทำธุรกิจปล่อยเงินกู้และรับจำนองที่ดิน ซึ่งมูลเหตุของเรื่องมาจากนายวรยุทธ ได้นำโฉนดที่ดินมากู้เงินจากบังฟัดเป็นเงินจำนวน 1.3 ล้านบาท จากนั้นนายวรยุทธ ก็ได้ใช้หนี้เงินกู้จนหมด แต่บังฟัดไม่ยอมคืนโฉนดให้จนเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง โดยบังฟัดได้กล่าวว่า เป็นคนคิดและลงมือเอง ลูกน้องได้ค่าจ้างคนละ 1,000 บาท โดยได้หลอกให้ไปร่วมด้วย ไม่มีทหาร ไม่มีตำรวจเอี่ยว บังฟัดตั้งใจทำแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง ตั้งแต่ปลายปี 59  โดยในวันเกิดเหตุบังฟัดได้พาพวกทั้งหมดไปบ้านผู้ใหญ่ ตั้งใจที่จะฆ่าคนในครอบครัวนายวรยุทธ 6 คน แต่เกิดผิดแผนเพราะในวันดังกล่าวเป็นวันหยุดมีญาติมาที่บ้านอีก 6 คน ซึ่งผู้ต้องหายังให้การซัดทอดว่าบังฟัดสั่งให้ทีมมือปืนจ่อยิงเหยื่อทั้งหมด แต่ไม่มีใครกล้าทำ จนบังฟัดใช้ปืนผู้ใหญ่บัติเดินจ่อยิงทั้ง 11 คนด้วยตัวเอง

 

 

 


เรียบเรียงโดย

อุมาพร พ่วงผลฉาย : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News